วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

83วันไล่รัฐบาล-ตาย9เจ็บ554

83 วันชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตาย 9 บาดเจ็บ 554 ราย ยึดปืน 44 กระบอก-ระเบิด 5 ลูก หนึ่งในเหตุผลรัฐบาลรักษาการ งัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมม็อบ

หนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลรักษาการจะใช้เป็นหลักในการพิจารณาว่า จะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือไม่ คือ สถานการณ์ความรุนแรงหรือการใช้อาวุธร้ายแรงที่ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ล้มตาย ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธว่าตั้งแต่มีการชุมนุมของ กปปส. และเครือข่าย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2556 (วันที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ) จนถึงปัจจุบัน รวม 83 วัน มีการก่อเหตุรุนแรงบริเวณโดยรอบพื้นที่ชุมนุมเรื่อยมา และหนักข้อยิ่งขึ้นช่วงชัตดาวน์

"ระเบิดมือ" 2 ชนิด คือ เอ็ม 26 และ อาร์จีดี-5 ถูกนำมาใช้ก่อเหตุที่บ้านของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และวังสวนผักกาด ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ตลอดจนการขว้างระเบิดใส่ผู้ชุมนุมที่ถนนบรรทัดทอง และหลังเวทีปราศรัยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งหมด 5 ลูก ไม่นับที่นำไปแขวนขู่บุคคลต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง คงเป็นที่ประจักษ์ชัดในเป้าหมายแล้วว่า มีความรุนแรงยกระดับจากผู้ไม่หวังดีเกิดขึ้นจริง

นอกจากเหตุระเบิดแล้ว อีกภาพหนึ่งที่พอจะช่วยสะท้อนสถานการณ์การใช้ความรุนแรงในช่วงที่มีการชุมนุมได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ ตัวเลขการจับกุมอาวุธปืน และชนิดของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้สรุปตัวเลขการตรวจยึดอาวุธปืนตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมในวันที่ 31 ต.ค.2556 จนถึงวันที่ 16 ม.ค.2557 (ไม่นับรวมอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้จากการตั้งด่านความมั่นคงโดยรอบที่ชุมนุม) ดังนี้

1.อาวุธปืนที่มีการใช้ในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แบ่งเป็น อาวุธปืนจากวัตถุพยานที่ตรวจพบ จำนวน 44 กระบอก และอาวุธปืนที่สูญหายหรือโจรกรรมในศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และกระทรวงแรงงาน จำนวน 27 กระบอก

2.ขนาดของอาวุธปืนที่ใช้ โดยยึดจาก 2 เหตุการณ์หลัก คือ เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงและสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน และเหตุการณ์ปะทะที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาวุธปืนพกสั้น โดยเหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงฯ พบปลอกกระสุน 34 ปลอก กระสุนปืน 7 ลูก ขนาดอาวุธปืนที่ใช้มี 7 ขนาด ได้แก่ .45, .38 spc, 9 มม., .32 (long), .32 (7.65), .25, .22 LR รวมอาวุธปืนที่ใช้ 18 กระบอก

ขณะที่เหตุการณ์ปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. (เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย) กับตำรวจควบคุมฝูงชนนั้น พบปลอกกระสุน 6 ปลอก ลูกกระสุนปืน 31 ลูก ขนาดของอาวุธปืนที่ใช้มี 4 ขนาด ได้แก่ .32, 9 มม., .38 spc และ .45 รวมอาวุธปืนที่ใช้ในเหตุการณ์ 16 กระบอก

แหล่งข่าวนายตำรวจระดับสูงที่รับผิดชอบคดียิงการ์ด กปปส.ได้รับบาดเจ็บในพื้่นการชุมนุม ให้ข้อมูลว่า จากหลักฐานที่ตรวจพบ ลูกกระสุนปืนที่ใช้เป็นลูกกระสุนปืนขนาด .38 แต่หัวกระสุนที่เก็บได้และนำไปส่งตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นลูกกระสุนปืนที่ไม่มีร่องรอยเกลียวลำกล้อง แสดงว่าเป็นการยิงจากลำกล้องที่ไม่มีเกลียว นั่นอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นการยิงจากอาวุธปืนไทยประดิษฐ์

นอกจากตัวเลขของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุแล้ว ตัวเลขจำนวนประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปะทะ หรือจากการก่อเหตุรุนแรงทั้งโดยรอบและภายในพื้นที่ชุมนุม ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะนำมาประกอบการตัดสินใจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ตัวเลขจากศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รวบรวมสถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่การปะทะจากเหตุชุมนุมตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.56 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุปะทะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนถึงวันที่ 20 ม.ค.2557 ไม่นับรวมผู้บาดเจ็บ 5 รายจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณถนนเสมาฟ้าคราม จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 554 คน (221 คนบาดเจ็บจากการถูกแก๊สน้ำตาจาการปะทะกับตำรวจรอบทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 1-3 ธ.ค.2556) ในจำนวนนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 36 คน และเสียชีวิตไปแล้ว 9 คน