เปิดใจหน่วย'พญาเสือ' 'หน่วยซีล'ป้องผืนป่า

"ยอมรับว่าผมรู้สึกโกรธ และเสียใจ เสียดายในสิ่งที่พวกเขาทำกับผืนป่าประเทศไทย และอยากเอาคนผิดมารับโทษให้สำนึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำ"
"รักษาป่า เพื่อรักษาชีวิต"
คำกล่าวปฏิญาณตน ดังกึกก้องทั่วลานอนุสารีย์วีรชน กรมป่าไม้ เนื่องในวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกๆวันที่ 14 มกราคม
ในปีนี้มีเจ้าหน้าที่ และข้าราชการในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จำนวน 11 คนได้รับรางวัล " พิทักษ์ป่าดีเด่น" แต่มีเพียง 7 คนเท่านั้นที่สามารถเดินทางมารับรางวัลนี้ด้วยตัวเอง ส่วนอีก 4 รายยังบาดเจ็บสาหัสต้องนอนพักรักษาตัว
ธวัธชัย อินทร์ประเสริฐ หนุ่มวัย 34 หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษทีมพญาเสือ ชุดแรกของไทย ได้รับรางวัลนี้ด้วย เขาจึงเป็นตัวแทนของเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ มาบอกเล่าถึงความเสี่ยงภัยในการทำหน้าที่ปกป้องผืนป่า ที่พวกเขาทำงานหนักมาตลอดเกือบ 15 ปี
" คนทำงานรักษาป่า ก็มีความเสี่ยงภัย เหมือนกับอาชีพทหาร ตำรวจ เพราะงานของพวกเราต้องเข้าในพื้นที่โซนสีแดง ที่มักจะมีพวกมอดไม้เข้ามากระทำความผิด โดยเฉพาะตามแนวตะเข็บชายแดนไทย และประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่กำลังมีปัญหาหนักในเรื่องการลักลอบตัดไม้พะยูงในช่วง 1-2 ปีนี้ " ธวัธชัย เริ่มต้นบทสนทนา
เขาบอกว่า ด้วยเหตุนี้เองทำให้ต้องมีการปรับและสร้างหน่วยพิเศษเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการป่าไม้ และสัตว์ป่า ที่เรียกว่า "หน่วยพญาเสือ" คล้ายกับหน่วยซีล ของทหาร ที่จะต้องผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น จนมีสมรรถนะในการทำงานและประสิทธิภาพสูง โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิฟรีแลนด์ (FREELAND) องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID)ที่ได้ทำหลักสูตรฝึกเจ้าหน้าที่ของไทยเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ การเข้าสู่หลักสูตรนี้จะต้องทำการสอบคัดเลือกเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยาน กรมป่าไม้ จำนวน 20 รายที่ผ่านการทดสอบความรู้ และทดสอบสมรรถภาพจนผ่านเกณฑ์แล้ว จากนั้นจึงนำไปฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเป็นระยะเวลา 2 เดือน 8 สัปดาห์
"ผมได้รับการฝึกเป็นหลักสูตรแรกในไทย โดยรุ่นนี้มี 20 นายที่ผ่านการฝึกหลักสูตรนี้เมื่อช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.-พ.ย.2556 ซึ่งการฝึกจะเริ่มตั้งแต่เรื่องระเบียบวินัย ฝึกการป้องกันตัวขณะลาดตระเวนในป่า การใช้อาวุธประจำกายเข้าจู่โจมจับกุม ขณะพบเห็นผู้ลักลอบกระทำความผิด การเข้าตีแบบเฉียบพลัน และทำลายแคมป์นายพราน จากนั้นจะเรียนเรื่องสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของเอฟบีไอ สหรัฐอเมริกาเข้ามาสอน
และพอเสร็จตรงนี้จะมีการสะกดรอยผู้ต้องหา ทุกอย่างเรียนเหมือนจริง การใช้ยานพาหนะปฏิบัติงานในทะเล การบังคับเรือ การเคลื่อนที่ในน้ำ และเผชิญภัย เช่น การตกเรือ การเข้ายึดเรือทั้งกลางวัน กลางคืน การส่งกำลังทางอากาศ และทุกคนได้เรียนดำน้ำลึกเบื้องต้น 20 เมตร เพื่อฝึกทำงานทุกรูปแบบที่เรียกว่า ทำงานได้ทั้งน้ำ ฟ้า ฝั่ง" ธวัธชัย บอกขั้นตอนการฝึก
เขาบอกว่า สิ่งที่ได้รับจากการฝึกคือรูปแบบใหม่ในการปฏิบัติงานของหน่วยพญาเสือ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติภารกิจ การสื่อสารระบบจีพีเอสที่จะช่วยให้รอดพ้นจากการจับสัญญาณจากคนร้าย การใช้อาวุธเพื่อไม่ให้ทั้งตัวเจ้าหน้าที่มีความเสี่ยงในระหว่างเข้าพื้นที่ปราบปรามผู้กระทำผิด ซึ่งปัจจุบันหน่วยปฏิบัติการพิเศษพญาเสือมีความพร้อมทำงานได้ทั่วประเทศ ในกรณีที่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ให้เข้าปฏิบัติภารกิจด้านการปราบปรามลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ป่า ที่มีความเสี่ยงสูง
" ภารกิจที่ชุดพญาเสือ เพิ่งเข้าพื้นที่มาหมาดๆ เมื่อเร็วๆ นี้ ก็คือการร่วมทำลายแก๊งมอดไม้จากประเทศเพื่อนบ้านบนเขา 9 พัก ในเขตรอยต่อของอุทยานแห่งชาติทับลาน ป่ามรดกโลก ซึ่งเป็นพื้นที่เข้าถึงยากและลำบากในการเดินทาง โดยหลังจากมีสายข่าวกรองที่รายงานข้างบนนี้ ถูกกองกำลังต่างชาติแอบเข้ามาลักลอบเปิดโรงงานแปรรูปไม้พะยูงกลางป่า มีการตั้งแคมป์ถาวรเพื่อตัดไม้พะยูงที่นี่ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีชุดไหนเข้าถึง และจับได้เฉพาะผู้ต้องหาทางด้านล่างเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งหลังจากมีการวางแผนร่วมกับส่วนกลาง กำลังของทหาร ตำรวจแล้ว ชุดพญาเสือ ได้ขนกำลังทางเฮลิคอปเตอร์ไปลง ปรากฎว่าพวกผู้ร้ายต่างกระเจิงหนี ซึ่งน่าเสียดายมาก ยังจับใครไม่ได้ แต่ได้ของกลางจำนวนมาก"เขาบอก
หัวหน้าทีมพญาเสือ ยอมรับว่าในการเข้าปฏิบัติภารกิจรอบนั้นซึ่งใช้เวลาปูพรมอยู่ 3 วัน แม้ไม่สามารถจับคนร้ายได้ แต่สิ่งที่เจอและค่อนข้างน่าตกใจคือ ร่องรอยและของกลาง ในที่เกิดเหตุที่บ่งชี้ว่าป่าไม้พะยูงในทับลาน อยู่ในภาวะเสี่ยงมาก เขาเจอเลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง ไม้แปรรูปจำนวนมากซุกซ่อนตามป่าข้างทาง และหากบินสำรวจจะไม่เห็นเพราะมีต้นไม้บดบังไว้ เจอรถเข็นไม้ อุปกรณ์ เครื่องมือสื่อสาร ร่องรอยการพักแคมป์ชั่วคราว และที่น่าสลดใจคือ มีต้นพะยูงขนาดใหญ่ถูกตัดจำนวนมากในบริเวณนี้
" ผมเห็นแล้วสะเทือนใจมาก เขาเลือกเอาที่ได้มาตรฐานขนาดแค่ 1-2 คนโอบไม่มิด ซึ่งก็ถือว่าใหญ่มากเพราะพะยูงกว่าจะโตต้องใช้เวลานาน ยอมรับว่าผมรู้สึกโกรธ และเสียใจ เสียดายในสิ่งที่พวกเขาทำกับผืนป่าประเทศไทย และอยากเอาคนผิดมารับโทษให้สำนึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำ ไม่ทำร้ายแค่ต้นไม้ แต่ทำร้ายเพื่อนร่วมประเทศ เพื่อนร่วมโลก ที่เกิดจากความโลภตัดป่าทำลายป่า "ธวัธชัย เล่าเหตุการณ์
ปัจจุบันชุดพญาเสือ ยังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรอุทยานแห่งชาติ ตรึงกำลังเพื่อป้องกันแก๊งมอดไม้กลับมาในบริเวณดังกล่าว และเตรียมลงพื้นที่เข้าสแกนอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลายสัปดาห์นี้
กระนั้นก็ตาม หากถามถึงความเสี่ยงของการทำงานภายใต้ทีมพญาเสือ เขายอมรับว่า เป็นความท้าทาย เนื่องจากภาระงานของชุดนี้ จะโฟกัสในพื้นที่สีแดง ตามตะเข็บชายแดน ที่มีอุปสรรคสูงในการเข้าทำงานด้านการป้องกันปราบปราม การหาข่าว
ขณะที่พัฒนาการของกลุ่มลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ มีความทันสมัยมากขึ้น ทำงานกันเป็นขบวนการ รวมทั้งอาวุธที่ทันสมัยกว่าของป่าไม้ ที่ยังคงใช้ปืนเอช เค 33 แต่นี่ไม่ใช่อุปสรรคที่เขาและเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์จะละทิ้งงานนี้ไป
"ครอบครัวก็เป็นห่วงผมนะ มีหลายครั้งที่คนทางบ้านอยากให้ลาออก เพราะเห็นว่าเป็นงานเสี่ยงอันตรายมาก ตั้งแต่คราวที่เข้าร่วมสนธิกำลังปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง ในเขตท้องที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี 2554 แต่ทุกคนเข้าใจว่าผมเป็นคนจริง ต้องทำงานให้ดี ไม่อย่างนั้นชีวิตคงไม่พลิกจากเด็กจบ ปวช.เดินเข้ามาสมัครเป็นลูกจ้างตรวจป่า จนได้รับการบรรจุเป็นสายตรวจป่าไม้ ของกรมป่าไม้ และมาเป็นหัวหน้าทีมพญาเสือในปัจจุบัน เป็นเพราะเราเห็น ได้คลุกคลี เห็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับผืนป่า และสัตว์ป่ามานาน ทำให้รู้สึกรักและหวงแหน พร้อมที่จะปกป้อง"
หากถามว่าอยากให้ภาครัฐช่วยเสริมตรงไหน ธวัธชัย บอกว่า เรื่องงบประมาณในการส่งเสริมการเข้าทำงานยังคงเป็นหลัก รวมทั้งอุปกรณ์ และอาวุธที่ดี ทันสมัย ซึ่งจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับ ธวัธชัย ไม่เพียงแต่รับโอกาสในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมชุดพญาเสือ เท่านั้น แต่เขายังได้รางวัลนักเรียนดีเด่น (Top student) ของหลักสูตรนี้ และทางมูลนิธิฟรีแลนด์ จากอเมริกา จะมามอบรางวัลให้กับเขาในช่วงเดือนมี.ค.ที่จะถึงนี้
ภารกิจของ "ชุดพญาเสือ" จึงอาจเป็นหนึ่งในความหวังที่จะช่วยลดการรุกราน ตัดไม้ทำลายป่าของแก๊งมอดไม้ที่เหิมเกริม....







