มติดีเอสไอเตรียมขอศาลออกหมายจับ 33 แกนนำกปปส. จ่อดำเนินคดีนักเคลื่อนไหวอีก 15 ราย ระบุเป็นแกนนำแถว 3 อ้างมีพฤติกรรมหวังทำกรุงเทพเป็นอัมพาต
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวน 3 ฝ่าย ประกอด้วย ดีเอสไอ อัยการและตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยที่ประชุมมีมติขออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำกปปส.จำนวน 33 ราย ที่ดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแต่ไม่มาตามหมายเรียกโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอ้างเพียงติดภารกิจชุมนุม หรือติดธุระปีใหม่ ที่สำคัญแกนนำกปปส.ทั้งหมดยังร่วมกันกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ลุกลามถึงขั้นจะปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.) พนักงานสอบสวนจะประชุมชุดปฏิบัติการย่อย 10 ชุด เพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอหมายจับแกนนำกปปส.ทั้ง 33 ราย ภายในวันที่ 8 ม.ค. นี้ และจะออกหมายเรียกแกนนำกปปส.แถวที่ 3 ซึ่งกลุ่มที่เป็นนักเคลื่อนไหวประมาณ 15 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา
สำหรับแกนนำกปปส.ที่เคยเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดสนามบินจำนวน 9 ราย ที่ดีเอสไอเคยขอศาลถอนประกันเนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัว และศาลได้นัดพิจารณาในวันที่ 23 ก.พ.นี้ ดีเอสไอจะยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนถอนประกันเร็วขึ้น เนื่องจากแกนนำชุดดังกล่าวยังมีพฤติกรรมกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเคลื่อนไหวในวันที่ 13 ม.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวปิดกรุงเทพฯของกปปส. ดีเอสไอยังไม่มีรายงานการข่าวยืนยันชัดเจนว่าจะมีการกระทำผิดร้ายแรงหรือไม่ แต่ในคำร้องขอหมายจำจะบรรยายพฤติกรรมการจากคำปราศรัยของแกนนำเช่น จะปิดกรุงเทพฯให้เป็นอัมพาต ตัดน้ำตัดไฟ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้ โดยคำร้องขอหมายจับของดีเอสไอไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยแต่อ้างอิงจากคำปราศรัยของแกนนำกปปส.เอง





