กองทัพเบรกรัฐบาล ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมม็อบลุงกำนัน สมช.ชงเอง อ้างการเคลื่อนไหว กปปส.ในอนาคตอาจนำไปสู่ความรุนแรง-เสี่ยงกระทบกระทั่งตร.
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เชิญ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังจากที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ประกาศจะเดินสายเชิญชวนประชาชนไปร่วมชุมนุมในระหว่างวันที่ 5-8 มค.นี้ รวมถึงการชุมนุมใหญ่ชัทดาวน์ประเทศ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ พร้อมได้เชิญ พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าชี้แจงข้อมูลด้านการข่าว และ ประเมินสถานการณ์ รวมถึงแนวทางการประกาศใช้ พระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยใช้เวลาหารือ 3 ชั่วโมง
แหล่งข่าวทางทหาร เปิดเผยว่า แนวคิดการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นข้อเสนอแนะของ สมช. ที่ได้ประเมินว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส. ช่วงต่อจากนี้ อาจนำไปสู่ความรุนแรง และ สุ่มเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าตำรวจเหมือนเช่นที่ผ่านมา อีกทั้งเห็นว่าน่าจะเป็นมาตรการที่ระงับ ยับยั้ง ไม่ให้เกิดการบุกรุกสถานที่ราชการ รื้อ ทำลาย สาธารณูปโภคของรัฐ ตามที่ได้ประกาศตัดน้ำประปา และกระแสไฟฟ้า
โดย นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวหารือ กับ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. และผบ.เหล่าทัพ ที่สโมสรกองทัพบกเทเวศร์ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเข้าอวยพรปีใหม่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยผบ.เหล่าทัพ เห็นว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ ให้ทหารเป็นเจ้าพนักงานหลักในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น อาจซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ที่ทหารจะต้องเผชิญหน้ากับประชาชน อีกทั้งทหารไม่ได้มีหน้าที่หลักในการควบคุมฝูงชน และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้ในตอนนี้ ทำให้รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้แจ้งว่าจะให้ พล.ท.ภราดร เข้าชี้แจงกับ ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพ ในวันนี้ (2 ม.ค.)
แหล่งข่าว กล่าวว่า หลังจากที่ เลขา ฯ สมช. ได้ชี้แจงแล้ว ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพ ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง และเห็นร่วมกันว่ายังไม่จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในขณะนี้ เพราะยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้ดูรุนแรงมากขึ้น ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่มีความอ่อนไหวอยู่แล้ว และการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักน่าจะเพียงพอ โดยให้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน สนับสนุนภารกิจการดูแลสถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญ ตามที่ ศอ.รส. ร้องขอ น่าจะเหมาะสมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้ขอให้หน่วยข่าวของกองทัพติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประเมินผลการเดินสายของ กปปส.ในช่วงของการระดมมวลชนระหว่างวันที่ 5-8 ม.ค.นี้ว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมมากเหมือนครั้งก่อนหน้าหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้หากมีสถานการณ์แทรกซ้อน หรือเกิดเหตุรุนแรงขึ้น รัฐบาลก็สามารถที่จะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ทัน





