ทนายนปช.ร้องดีเอสไอดำเนินคดี"เสรี วงศ์มณฑา" สมคบก่อกบฎ "ธาริต"รับลูกชงเป็นคดีพิเศษ
นายคารม พลพรกลาง ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายเสรี วงษ์มณฑา และนายเถกิง สมทรัพย์ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกาย ฐานสนับสนุนในการร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ ตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏหรือกระทำความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อเป็นกบฏหรือยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ หรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏ แล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 114 กรณีที่นายเสรีขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนในการชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กปปส.)
นายคารม กล่าวว่า ได้ติดตามและบันทึกภาพการปราศรัยของนายเสรีแล้วพบว่าเนื้อหาการปราศรัยเข้าข่ายปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมการชุมนุม ไม่ใช่การให้ความเห็นทางวิชาการ ทั้งที่ทราบว่าขณะนี้แกนนำผู้ชุมนุมถูกออกหมายจับฐานกบฎอยู่ ในวันนี้(17 ธ.ค.)ตนได้นำซีดีบันทึกภาพการปราศรัยของนายเสรี และเอกสารการถอดเทปการปราศรัยอย่างละเอียดมามอบให้ดีเอสไอใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี โดยร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายเสรีเพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่างกับนักวิชาการที่ขึ้นเวทีปราศรัยระมัดระวังตัวเพราะอาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีด้วย ส่วนนายเถกิงถือว่ามีส่วนร่วมในการจัดการควบคุมให้มีการถ่ายทอดคำปราศรัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับฐานกบฎ
ด้านนายธาริต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับแกนนำกปปส. จำนวน 13 คน โดยนายเสรียังไม่เคยมีผู้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี ดังนั้น ดีเอสไอจะรวมคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทั้งหมดเป็นคดีเดียวกันเพื่อดำเนินการสอบสวนในภาพรวม เนื่องจากมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายคนซึ่งมีพฤติกรรมต่างกรรมต่างวาระ โดยจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวรวมเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)ในวันนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. เพื่อให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษทันที





