ศอ.รส.หวั่นผู้ชุมนุมขโมยรถคุมผู้ต้องขังชนแท่งกั้นปูน ประเมินมีผู้ชุมนุมหลายจุดประชาชนรวม 7 หมื่นคน
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกศอ.รส. แถลงสถานการณ์การชุมนุมว่า การชุมนุมของประชาชนมีหลายจุดประชาชนรวมประมาณ 70,000 คน พร้อมแจ้งเตือนกรณีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยึดบริเวณแยกเทวกรรมเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกรุกผ่านแนวกั้นปูนบริเวณแยกเทวกรรมพร้อมทั้งยึดรถควบคุมผู้ต้องหาจำนวน 2 คัน ในรถมีอุปกรณ์ประจำตัว เครื่องเสียง หน้ากากกันแก๊สน้ำตา จำนวน 12 อัน ได้แก่ หมายเลขประจำรถ 112 หมายเลขเลขทะเบียน 32-4974 กทม.และหมายเลขประจำรถ 113 หมายเลขทะเบียน 32-4975 กทม. ดังนั้นศอ.รส. จึงขอแจ้งเตือนประชาชนหากพบรถเจ้าหน้าที่ตำรวจคันดังกล่าวรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เนื่องจากเกรงว่าจะถูกนำไปใช้ในการสร้างสถานการณ์กระทำความผิดในการพุ่งชนแนวกั้นแท่งปูน แล้วอ้างว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศอ.รส.มีความห่วงใยประชาชนขอความร่วมมืองดการเดินทางออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 .ของวันรุ่งขึ้น เนื่องจากความปลอดภัยของประชาชนและทางศอ.รส.มีความจำเป็นต้องแยกผู้กระทำผิด ทั้งนี้ที่ผานมามีเจ้าหน้าตำรวจได้รับบาดเจ็บ 23 นายถูกสะเก็ตระเบิด ปิงปอง ยิงลูกน็อตแก๊สน้ำตา ทุกคนอาการปลอดภัย
พ.ต.ท.หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก ศอ.รส. กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวเผยแพร่ออกไปตามสังคมออนไลน์ กรณีรพ.ตำรวจให้แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาในรพ.ตำรวจเช้าวันนี้ รพ.ตำรวจขอชี้แจงว่า การมาของแกนนำเพื่อต้องการมายื่นหนังสือให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีมีความวุ่นวายเกิดขึ้่นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และฝ่ายแกนนำได้ประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วจึงได้นัดหมายให้มายื่นที่รพ.ตำรวจ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้จัดส่งตัวแทนมารับหนังสือที่รพ.ตำรวจเนื่องจากไม่สามารถจะเข้าโดยเส้นทางอื่นได้ และรพ.ตำรวจเป็นสถานพยาบาลสำหรับดูแลคนไข้ที่ได้รับการเจ็บป่วยไม่ว่าจะเป็น ตำรวจทหาร หรือประชาชนทั่วไป รพ.จำเป็นต้องเปิดให้การรักษาผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่สามารถจะปิดการให้บริการได้ โดยแพทย์และพยาบาลทุกคนจะต้องให้การรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยมาตราฐานเดียวกันตามจรรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และโดยหลักสากลแล้วไม่ว่าจะเกิดภาวะสงคราม จลาจล หรือการก่อความไม่สงบออื่นๆ ทุกฝ่ายจะต้องเคารพในความเป็นกลางของโรงพยาบาล และจะต้องไม่นำเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นเข้ารบกวนการปฎิบัติงานของโรงพยาบาล ซึ่งรพ.ตำรวจก็ได้ยึดถือหลักการนี้มาโดยตลอด และรพ.ตำรวจใครขอความกรุณาต่อผู้ชุมนุมทุกท่านให้เข้าใจและเคารพต่อความเป็นโรงพยาบาลของรพ.ตำรวจและไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือผลเสียต่อการดูแลรักษาคนใช้ที่นอนเจ็บป่วยอยู่ในรพ.





