ปิดกั้นบช.น.แน่นหนาเสริมแนวขดหนาม-แบริเออร์4ชั้น "กิตติรัตน์"เดินทางมาให้กำลังใจตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการวางแนวกั้นเส้นทางเข้ากองบัญชาตำรวจนครบาลอย่างแน่นหนาโดยนำแท่นแบริเออร์มาวางกั้นสลับรั้วลวดหนามรวม4ชั้น ตั้งแต่แยกพล.1จนถึงทางเข้าประตูหน้าและปิดตายห้ามบุคคลเข้าออกเด็ดขาดรวมถึงสื่อมวลชนที่มาทำข่าวให้สังเกตการณ์บริเวณรอบนอกเท่านั้นหากจะเข้ามาติดตามข่าวความเคลื่อนไหวด้านในจะต้องเข้าก่อนเวลา07.00น.และออกในเวลาที่กำหนดโดยตรึงกำลังตำรวจดูแลอย่างเข้มข้นและกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่ยิงแก๊สน้ำตาอย่างชัดเจนโดยชั้นแรกเป็นรั้วลวดหนาม ชั้นสองเป็นแท่นแบริเออร์ขนาดเล็ก ชั้นสามเป็นรั้วลวดหนามและด่านชั้น4เป็นแท่นแบริเออร์สูง2เมตรโดยชั้น3แล4มีระยะห่างประมาณ30เมตรหากมีการลุกล้ำกำแพงรั้วลวดหนามชั้น3เข้ามาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยิงแก๊สน้ำตาทันที
ก่อนหน้านี้เวลา08.30น.ที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นพ.ประดิษฐ์ สินธวรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณที่ทำการส่วนหน้าแยก พล.1 รอ.พร้อมมอบสิ่งของเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน ผ่านพล.ต.ต.วิาชาญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 ตัวแทนรับมอบ
นายกิตติรัตน์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ผู้ชุมนุมได้เข้ายึดบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำให้เกิดผลกระทบในด้านการสื่อสาร ระบบอินเตอร์เน็ท 1 ใน 3 ของประเทศเกิดความขัดข้อง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถกู้ระบบคืนได้หมดและส่งกำลังส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความปลอดภัยแล้ว "ขอให้กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยทางการเมืองชุมนุมยึดถือประชาธิปไตยเป็นหลัก เนื่องจากประเทศกำลังมีกิจกรรมหลายอย่างที่สำคัญ ส่วนกรณีพ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น เป็นการทำให้ทุกคนได้รับการอภัยทานโทษ ไม่ได้ทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือเพียงเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุม จะทำการจัดตั้งสภาประชาชนนั้น ผมไม่เห็นว่านายสุเทพยังมีแนวคิดที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งสาเหตุของการเมืองก็ต้องแก้ด้วยการเมือง ควรหันมาเจรจาพูดคุยกันมากกว่า ส่วนตัวยังคงทำหน้าที่ทางการเมืองปกติเช่นเดียวกับรัฐมนตรีทุกคน” นายกิตตติรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับสถานการณ์การชุมนุมล่าสุดเมื่อเวลา11.00น.ที่ผ่านมา บริเวณแยกพล.1ห่างจากที่ตั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล 200เมตร ยังไม่พบกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมมีเพียงประชาชน7-8คนจับกลุ่มยืนพูดคุยกันฝั่งตรงข้ามแท่นแบริเออร์ของเจ้าหน้าที่ขณะที่การจราจรจากทางลงสะพานพระราม8เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าคุรุสภา แยกพล.1แยกการเรือน คล่องตัวดีรถน้อยถนนโล่งผิดปกติขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามเด็ดขาดต่างทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสับเปลี่ยนกำลังประจำตามจุดต่างๆ ทั้งยังได้มีการเสริมเเท่งเเบริเออร์หลายชั้นวางสลับรั้วลวดหนาม หลายจุดพร้อมวางกำลังตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชนประจำการประตูหน้าทางเข้าออกทั้งหมด และนำรถควบคุมผู้ต้องหา มาจอดปิดด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลไว้ ขณะที่ในส่วนของการจราจรบนถนน นครราชสีมาจากแยกการเรือน มุ่งหน้าแยก พล1 ไปเเยกวังเเดงยังสามารถใช้การได้ตามปกติ ส่วนเส้นทางถนนศรีอยุธยา จากแยกวัดเบญจมบพิตร มาถึงลานพระรูป ไปแยกพล1 ตำรวจปิดการเช่นเดียวกับถนนพิษณุโลก จาก เเยกพาณิชย์การ ถึง เเยกวังเเดง ตำรวจปิดการจราจรพนร้อมกับมีการวางกำลังตำรวจคุมเข้ม
ทั้งนี้ เมื่อช่วง เวลา 05.30 น. ที่ผ่านมาตำรวจสามารถตรวจจับ รถกระบะดัดเเปลงเพื่อบรรทุกน้ำมัน บริเวณเเยก พล1ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนเข้ามาในพื้นที่ ตามประกาศ ของ ศอ.รส.ฉบับที่ 11/2556 เรื่องห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ ข้อที่ 7 ที่ห้ามนำรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงเเก๊ส สารเคมี หรือ วัตถุอันตรายใดๆ ใช้เส้นทางคมนาคม ใน พื้นที่ 14 เส้นทาง
ต่อมาเมื่อเวลา 11.10 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนมายังบริเวณแยกพล 1 ห่างจากประตูเข้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลประมาณ 200 เมตร เป็นที่เรียบร้อยโดยมีนานยชุมพล จุลสัย เป็นแกนนำผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน ยืนปิดล้อมอยู่รอบบริเวณหน้าแบริเออร์ แนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโบกธงชาติไทยไปมาและเป่านกหวีดเสียงดังลั่นถนนโดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่แต่งกายสวมเสื้อสีดำ ทั้งนี้นายชุมพลประกาศบนเวทีปราศศรัยที่แยกกพล 1 ว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้มาตรการเด็ดขาดกับผู้ชุมนุม ทางกลุ่มผู้ชุมก็จะใช้มาตรการเด็ดขาดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหลักสากลเช่นกัน หากตำรวจฝ่าฝืนบุกรุกเข้ามาในฝั่งผู้ชุมนุมถือว่าใโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000บาท เพราะเรามาโดยสงบปราศจากอาวุธ พร้อมกันนี้แกนนำได้เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าได้ฝ่าฝืนหรือรุกล้ำเข้าไปในแนวกันของตำรวจ พร้อมกันนี้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ร้องตะโกนด่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผบช.น.และตำรวจว่า" ขี้ข้า " ซ้ำๆกันหลายครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศล่าสุดเป็นไปด้วยความคึกคักมีการเปิดเพลงปลุกใจอยู่ตลอดเวลา โดยขบวนท้ายแถวยาวไปถึงด้านข้างสำนักงานคุรุสภาเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ขณะที่ประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงย่านตลาดเทเวศน์ เมื่อได้ยินเสียงของแกนนำประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ต่างทยอยเดินทางมาเข้าร่วมกับกลุ่มผูุ้ชุมนุม กันอย่างคึกคัก





