วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บช.น.ลั่นม็อบยึดราชการหมดความชอบธรรม

โฆษกบช.น.ลั่นม็อบหมดความชอบธรรม เร่งออกหมายจับให้ได้วันนี้ เพราะความไม่สงบเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ แกนนำและผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมายหลายจุด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.ในฐานะโฆษก บช.น.แถลงข่าวสถานการณ์การชุมนุม ในส่วนของการดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำผิดกฎหมาย ว่า สถานการณ์ในวันที่ 25 พ.ย.จนถึงเวลานี้มาเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นมากมายในหลายพื้นที่ อีกทั้งมีแกนนำและผู้ชุมนุมทำการละเมิดข้อกฎหมายหลายจุด เริ่มจาก เมื่อวันที่ 25 พ.ย.56 เวลา 11.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นำมวลชนไปชุมนุมที่บริเวณหน้าสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และได้เข้าไปบุกยึดภายในกระทรวงการคลัง และในเวลาประมาณ 13.00 น.กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วน ได้แยกตัวไปบุกยึดที่กรมประชาสัมพันธ์อีกแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวได้อยู่ภายในกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งกรณีการบุกยึดกระทรวงการคลังนั้น ทาง สน.บางซื่อได้รับคำร้องทุกข์ ไว้ตามคดีอาญาที่ 2496/2556 ลงวันที่ 25 พ.ย.56 ในข้อหา “กระทำด้วยวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 , ผู้ที่กระทำการมั่วสุม ตามมาตรา 215 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 และร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ประกอบมาตรา 362 โดยขณะนี้ทาง พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.น.ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการเร่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ ขณะที่ทางกระทรวงการคลังก็จะไปยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินต่อศาลแพ่ง ให้ศาลมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกไปจากพื้นที่กระทรวงการคลังด้วยเช่นกัน

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 พ.ย.56 เวลาประมาณ 13.30 น. นายนิค นอสติทซ์ ชาวเยอรมัน อายุ 45 ปี อาชีพ นักข่าวอิสระ ได้เข้ามาทำข่าวการชุมนุม ที่บริเวณแยกกองพล 1 ซึ่งขณะนั้นได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายชุมพล จุลใส มาชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณดังกล่าว และได้เกิดเหตุมีกลุ่มการ์ด เข้ามารุมทำร้ายนายนิคฯ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือให้เข้ามาอยู่ในที่ปลอดภัย บริเวณหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวมาปฐมพยาบาล ที่หน่วยพยาบาล ของ โรงพยาบาลตำรวจ ประจำ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และได้นำตัวส่ง โรงพยาบาลตำรวจแล้ว และผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสน ในวันนี้ เวลา 12.00 น.

เหตุการณ์ถัดไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.56 เวลาประมาณ 14.30 น. ได้มีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) มาชุมนุมที่บริเวณ แยกวัดเบญจมบพิตร และได้เกิดเหตุมีผู้ชุมนุม จำนวน 2 ราย คือ นายกำแพง ชาตรีชวาลกร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 6 แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานครและ นายวิวรรธน์ บุนนาค อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 208 ซอยพหลโยธิน 44 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครได้ร่วมกันยกลวดหนามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นแนวกั้นออกแล้วบุกเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศห้ามบุคคลเข้า หรือต้องออกจากพื้นที่ดังกล่าว จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว และนำตัวส่งสถานีตำรวจนครบาลดุสิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามคดีอาญาที่ 426/2556 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ในข้อหา ร่วมกันฝ่าฝืนประกาศและข้อกำหนดห้ามบุคคลเข้า หรือต้องออกจากพื้นที่หรือสถานที่ที่กำหนด ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

จากนั้น เมื่อวันที่ 25 พ.ย.56 เวลา 19.30 น. กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี ได้นำมวลชนเข้าไปบุกยึดภายในกระทรวงการต่างประเทศ และอยู่ภายในกระทรวงการต่างประเทศโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทาง สน.พญาไท ได้ประสานกับทางกระทรวงการต่างประเทศ ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ จากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการปลุกระดมมวลชนให้เข้าร่วมประท้วงปิดล้อม และยึดสถานที่ราชการ โดยมุ่งหวังจะจะขัดขวางการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต , จังหวัดนนทบุรี , จังหวัดปทุมธานี เฉพาะอำเภอลาดหลุมแก้ว และ จังหวัดสมุทรปราการ เฉพาะ อำเภอบางพลี โดยทุกพื้นที่ดังกล่าว มีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 56 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวผู้ชุมนุมจะเดินขบวนดาวกระจายไปสู่จุดใดอีกหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ ตอบว่า ตอนนี้การข่าวยังไม่ได้รายงานเข้ามา แต่ตนขอยืนยันว่า ความชอบธรรมของผู้ชุมนุมหมดไปแล้ว เนื่องจากมีการทำผิดกฎหมายซ้าแล้วซ้ำเล่า ทั้งคดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการโยนระเบิดปิงปองใส่เจ้าหน้าที่ และการละเมิดกฎหมายในคดีอื่นๆ ดังนั้นหากไม่ยุติความผิดทั้งหลายก็จะเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานทำการออกหมายจับอยู่ โดยเฉพาะบรรดาแกนนำตอนนี้ความผิดรวมกันคาดว่ามีกว่า 100 คดี ตนเกรงว่าหลังจากนี้ ทั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายนิติธร ล้ำเหลือ นายอุทัย ยอดมณี และแกนนำคนอื่นจะอยู่ไม่เป็นสุขในหลังจากนี้ ส่วนกรณีข้อหากบฎ ที่จะเอาผิดกับ นายสุเทพ นั้นจะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานนำมาปะติดปะต่อว่าผู้ถูกกล่าวหาทำผิดเข้าข่ายหรือไม่ซึ่งจะรายงานให้สื่อมวลชนทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า มาตรการการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญหลังประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เพิ่มเติมออกไปจะเป็นเช่นไร โฆษก บช.น.ตอบว่า ตอนนี้เจ้า หน้าที่ตำรวจทุกที่ทำการส่วนหน้า (ทก.สน.) เตรียมความพร้อมทุกด้าน 100 % โดยเฉพาะการรักษาพื้นที่หวงห้ามตามที่ประกาศให้ทราบมาโดยตลอด คือ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และบ้านพักบุคคลสำคัญ ตำรวจจะไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาแตะต้องได้อย่างเด็ดขาด ประกอบกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศอ.รส.ก็ได้กำชับแล้วว่า หากมีการรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามเหล่านี้จะต้องเป็นเรื่องมีปัญหากันอย่างแน่นอน

"ส่วนเรื่องภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีเผยแพร่ในสื่อโซเชียลเน็ตเวริค์ ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติภารกิจและสับเปลี่ยนกำลังกันตามแยก หรือ ทก.สน.ต่างๆ นั้น ตนได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นภาพเก่าที่ผ่านการตัดต่อโดยผู้ไม่หวังดีนำไปเผยเเพร่ ที่สำคัญกล้องทุกตัวไม่มีการนำผ้าไปปิดแต่อย่างใด ตนออกไปตรวจสอบแล้วอยู่ในสภาพดีใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งเรื่องการนำภาพเหล่านี้ไปเผยแพร่อาจจะต้องพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่นำไปเผยแพร่ด้วยเพราะมีการสร้างให้เกิดความวุ่นวาย โดยขณะนี้กำลังประสานฝ่ายกฎหมายให้ตรวจสอบอยู่" พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว