"ธวัช"เตือนตำรวจคิดจะจับ"สุเทพ"ต้องรอบคอบเชื่อม็อบยุติชุมนุมก่อน30พ.ย.ชี้ยึดสถานที่ราชการเป็นกบฏ
พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เป็นห่วงการเคลื่อนไหวที่เลยเถิด เพราะยึดสถานที่ราชการ มีความผิดฐานกบฏ ยืนยันรัฐบาลมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะมาจากการเลือกตั้งไม่ใช่จากเผด็จการ แต่ปัญหาที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากขาดความยุติธรรมในสังคมและที่รัฐบาลเรียกร้องการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันจากองค์กรอิสระคือศาลรัฐธรรมนูญ
"ดังนั้นทางออกของประเทศไทย คือสังคมทุกภาคส่วนต้องยอมรับความจริงว่าสิ่งที่เรียกร้องชอบธรรมหรือไม่ และการเคลื่อนไหวการชุมนุมแบบไทยๆ คือไม่พอใจก็ปิดถนน ย่อมส่งผลต่อสังคม สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อีกทั้งกลไลการควบคุมหากมีมาตรฐานสังคมจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น" พล.ต.ต.ธวัช กล่าว
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่าการประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯเพิ่มเติม เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการควบคุมมวลชน เมื่อประชาชนเห็นผลกระทบที่จะตามมาจากการชุมนุม ขณะที่สื่อมวลชนก็เสนอข่าวอย่างเป็นธรรมและเป็นกลาง คาดว่าจำนวนจะลดน้อยลงกว่าช่วง 2 วันที่ผ่าน ซึ่งการประกาศพ.ร.บ.มั่นคงฯในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพราะเป็นห่วงเรื่องการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงต้องป้องกันไว้ดีกว่าแก้
ส่วนการเข้าจับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแกนนำผู้ชุมนุม รองเลขานายกฯ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับกุมนายสุเทพ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากกฎหมายมีเงื่อนไขของระยะเวลาที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว เพราะอาจเกิดความรุนแรงได้หากไม่รอบคอบ
เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมให้เหตุผลว่ารัฐบาลยังไม่เคารพศาล ดังนั้นม็อบไม่ควรเคารพรัฐบาล พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลยุติธรรม มีที่มาที่ไปชัด มาตรฐานของคำวินิจฉัยไม่เป็นกลาง ซึ่งเป็นศาลที่วิจารณ์ได้และหลายฝ่ายก็วิจารณ์มาโดยตลอด และการที่นายสุเทพ ประกาศว่ารัฐบาลเป็นโมฆะเป็นเรื่องที่นายสุเทพคิดไปเอง 100 เปอร์เซ็นต์ ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวว่ามีทหารออกมาเคลื่อนไหว พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า เป็นเพียงการปลุกกระแสเพื่อหวังผลทางการเมืองมากขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลให้ปลอดภัย จึงขอย้ำว่าจะไม่ยอมให้เข้ามาบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาได้โดยเด็ดขาด และได้เตรียมแผนและกำลังตำรวจสำรองไว้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สำหรับข้าราชการที่ไม่สามารถเข้ามาทำงานเพราะเดินทางลำบากได้ประสานภายในแล้วว่าไม่ถือว่ามีความผิดทางวินัย แต่อย่างใด
“ตอนนี้นายสุเทพ หาทางลงแทบไม่ได้ สังคมได้ตรวจสอบชัดเจนแล้วว่านายสุเทพ เป็นอย่างไร คนใต้ก็รู้ความจริงแล้วว่าเคลื่อนไหวเพื่ออะไร ปลุกระดมเลยเถิด ต้องการล้มรัฐบาล และประกาศเป็นรัฐบาลเอง ส่วนกรณีที่นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ จะไปยื่นหนังสือที่องค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และเชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้จะยุติไม่เกินวันที่ 30 พ.ย.นี้” พล.ต.ต. ธวัช กล่าว





