วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตาเกมยื้อ'เพื่อไทย'หวังกระแสตีกลับ

"สุเทพ"สร้างกระแส"รัฐล้มเหลว" จับตาเกมยื้อ "เพื่อไทย"หวังกระแสตีกลับ

สถานการณ์การเมือง ณ เวลานี้ เป็นการชิงไหวชิงพริบกันระหว่าง 2 ขั้วอำนาจอย่างไม่ต้องสงสัย

ขั้วหนึ่ง คือ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีมวลชนคนเสื้อแดงสนับสนุน

อีกขั้วหนึ่ง คือ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซึ่งรวมตัวกันเฉพาะกิจภายใต้การนำของอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ

การระดมพลให้ได้เกินล้านเมื่อวันที่ 24 พ.ย. สร้างความตื่นตะลึงให้กับฝ่ายผู้ครองอำนาจรัฐไม่น้อยเหมือนกัน เพราะแม้จะประเมินแบบไม่เข้าข้างม็อบเอาเสียเลย ก็ต้องยอมรับว่ามีมวลชนปริ่มๆ 2 แสนคน ขณะที่หลายหน่วยก็รายงานว่ามากกว่านั้น และน่าจะเป็นจำนวนมากกว่าการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งที่ผ่านมา

คำถาม คือ หลังจากนี้สถานการณ์จะเดินไปสู่จุดใด ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างวิเคราะห์สถานการณ์แบบนาทีต่อนาที และพลิกตำรารับมือ-ปรับแผนกันตลอดเวลา

เริ่มจากฝ่ายรัฐบาลก่อน เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลจากวงประชุมฝ่ายความมั่นคงพบว่า รัฐบาลจะเล่นบทนิ่ง ไม่ปะทะ ปล่อยให้ม็อบเดิน อยากทำอะไรก็ยอมให้ทำทุกอย่าง เพราะเชื่อว่าหากการชุมนุมยืดเยื้อต่อไป กระแสย่อมตีกลับ

บทวิเคราะห์ของฝ่ายความมั่นคงชี้ว่า พิจารณาจากการชุมนุมใหญ่ย้อนหลัง 4 ครั้ง คือ ม็อบเสื้อเหลืองในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2549, ม็อบเสื้อเหลืองในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี 2551, ม็อบเสื้อเหลืองในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปี 2551 และ ม็อบเสื้อแดงในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งปี 2552 และ 2553 ไม่มีครั้งใดที่รัฐบาลถูกล้มจากม็อบโดยตรง

รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ล้มเพราะถูกทหารรัฐประหาร รัฐบาลนายสมัคร และนายสมชาย ล้มเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กองทัพอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาล และไม่มีคดีในองค์กรอิสระ แม้สุดท้ายจะมีการปะทะกันระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บล้มตาย แต่รัฐบาลก็ยังอยู่ต่อมาได้อีกปีกว่า

จากบทเรียนดังกล่าวทำให้พอสรุปได้ว่า หากกองทัพไม่ขยับ รัฐบาลก็ไม่ล้ม เพราะองค์กรอิสระนาทีนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้วเมื่อ 20 พ.ย. รอแต่กระบวนการถอดถอนของ ป.ป.ช.เท่านั้น ฉะนั้นหากการชุมนุมไม่มีการปะทะจนบาดเจ็บล้มตาย กระทั่งกลายเป็นเงื่อนไขให้ทหารต้องออกจากกรมกอง สถานการณ์โดยรวม ก็น่าจะอยู่ในระดับที่รัฐบาลควบคุมได้

โดยเฉพาะหากกำหนดเกมให้ชุมนุมยืดเยื้อไปเรื่อยๆ นานวันเข้าผู้ชุมนุมก็จะเริ่มอ่อนแรง และกระแสสังคมจะเริ่มตีกลับ เพราะต้องเดือดร้อนจากการจราจร และการทำงาน

ความเคลื่อนไหวในซีกรัฐบาลนั้น นอกจากไม่ใช้กำลังชนกับผู้ชุมนุมจนกลายเป็นการสร้างเงื่อนไขแล้ว ยังมีการหารือกันลับๆ ระหว่างแกนนำในรัฐบาลกับผู้ใหญ่ในกองทัพ จนสามารถเชื่อใจได้ระดับหนึ่งว่าทหารจะไม่แตกแถว เพราะทหารเองก็รู้ดีว่าถ้าออกมาทำอะไรนอกลู่นอกทาง ยังมีคนเสื้อแดงอีกเป็นแสนพร้อมออกมาปกป้องรัฐบาลเหมือนกัน

ฉะนั้น ในระยะสั้น รัฐบาลจึงเชื่อมั่นว่าการปฏิวัติรัฐประหารไม่น่าเกิด เพราะถ้าเกิด ทหารก็ทำอะไรต่อไม่ได้อยู่ดี!

ส่วนเรื่องมือที่สาม มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทุกด้านแล้ว ยังไม่พบความพยายามสร้างสถานการณ์รุนแรง แม้ว่ามี "กลุ่มฮาร์ดคอร์" เข้ากรุงมาบ้าง ก็เป็นทีมรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของ ส.ส.พื้นที่ภาคใต้บางราย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็รู้ดีว่าใครเป็นใคร จึงไม่น่าวิตกในประเด็นนี้

นี่คือการประเมินสถานการณ์จากซีกรัฐบาล...

ส่วนซีกผู้ชุมนุม จนถึงขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าแผนของนายสุเทพ คือ การกดดันให้รัฐบาลอยู่ในสภาพ "เป็ดง่อย" ซึ่งไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เข้าข่ายเป็น failed state หรือ "รัฐล้มเหลว" ด้วยการเข้าไปยึดศูนย์กลางการเงินการคลังของประเทศ อย่าง สำนักงบประมาณ และ กรมบัญชีกลาง ในรั้วกระทรวงการคลัง

งานนี้ต้องบอกว่า นายสุเทพ เดินเกมเหนือเมฆพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์ว่าเขาน่าจะนำมวลชนบุกยึดทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดิน เหมือนกับเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่เคยยึดทำเนียบรัฐบาลอย่างยาวนานจน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานเลยแม้แต่วันเดียว

ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมขยายเวลาการประกาศพื้นที่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ออกไปอีกอย่างน้อยๆ 1 เดือน แต่แล้วก็ต้องพับแผน เพราะม็อบหันไปบุกยึดกระทรวงการคลังแทน

เกมรุกของนายสุเทพ ต้องบอกว่าเป็นเกมเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าจะบีบข้าราชการกระทรวงการคลังไม่ให้ทำงานได้จริง แต่หากไม่เกิดผลในแง่ของความเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลโดยพลัน กระทั่งสิ้นเดือนนี้เกิดจ่ายเงินเดือนข้าราชการทั้งประเทศไม่ได้ (อาจจ่ายไม่ได้จริงๆ หรือรัฐบาลแกล้งทำเป็นจ่ายไม่ได้) กระแสกดดันจะสวิงกลับไปที่นายสุเทพและมวลชนของเขาหรือไม่

การเมืองภาพใหญ่ตอนนี้ ต้องบอกว่า "ติดล็อก" เพราะตราบใดที่ฝ่ายค้านยังไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่สามารถยุบสภาได้ แม้จะปิดสมัยประชุมสภาไปแล้ว ญัตติก็ยังคาอยู่ ฉะนั้นนาทีนี้จึงเป็นเกมวัดใจ พิสูจน์ความอดทนของทั้งสองฝ่ายว่าฝ่ายใดจะอึดกว่ากัน

หากรัฐบาลทนได้ตามที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ประกาศว่าจะไม่ยุบสภา ไม่ลาออก ก็ต้องรอดูว่านายสุเทพจะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาเคลื่อนไหวกดดันอีก โดยเฉพาะหากกระแสสังคมเริ่มไม่เอาด้วย...

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลยังมีพลังของมวลชนคนเสื้อแดงอีกมหาศาลที่ยังไม่ได้งัดออกมาใช้ หากนายสุเทพและพวกเอาชนะไม่ได้ ต้องระวังโดนย้อนรอยหนักยิ่งกว่า!