ศอ.รส.คาดม็อบเคลื่อนไปปิดสถาบันการเงิน เตรียมกำลังระลอก 3
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 24 พ.ย. เมื่อเวลา 12.30 น. พลตำรวจตรีปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ได้มีการเคลื่อนขบวนไปยังเส้นทางต่างๆ โดยแนวทางเคลื่อนไหวของทั้ง 3 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ หรือ กปท. และ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ซึ่งแยกกันเคลื่อนไหว แต่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยกลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ จะเน้นเดินขบวนไปยังส่วนราชการและสถานีโทรทัศน์ 13 จุด มุ่งเน้นแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ให้ข้าราชการที่มีแนวคิดเดียวกันออกมาร่วมชุมนุม ส่วนกลุ่ม กปท. ดาวกระจาย 8 จุด รับผิดชอบการเคลื่อนย้ายมวลชน เพื่อกดดันในพื้นที่ ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เน้นยั่วยุกดดันเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดการปะทะ ส่วนกลุ่ม คปท. มีภารกิจกดดันแนวตำรวจ ถนนพระราม 5 ทั้งเส้น
โดยกลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่มีการถอนตัวจากจุดใด ส่วนกลุ่ม กปท. และกลุ่ม คปท. มีแนวโน้มค้างแรม เพื่อปิดกั้นทางเข้าออกของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม พบว่า แกนนำหลายจุด มีความพยายามปลุกระดมมวลชน ให้เข้าปะทะ หรือทำลายแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งช่วงบ่าย มีกระแสข่าวว่าในช่วงบ่ายวันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนจะเคลื่อนขบวนไปสถาบันการเงินที่สำคัญต่างๆ อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแสดงให้นานาชาติเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ทั้งนี้พลตำรวจตรีปิยะ ยืนยันว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องขอกำลังสนับสนุนจากทหาร โดย ขณะนี้ได้ใช้กำลังตำรวจจำนวน 84 กองร้อย และได้เตรียมกำลังระลอกที่ 3 ไว้แล้ว ส่วนการชุมนุมด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พลตำรวจเอกอุดม รักศิลธรรม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้เจรจาเชื่อว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดี
ส่วนการจับกุม นายสานิต โป่งจินา อายุ 45 ปี พร้อมของกลาง อาทิ ปืนและเครื่องกระสุน ขนาด 11 มม. จำนวน 78 นัด หัวน็อต หนังสติ๊ก และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ขณะขับรถจักรยานยนต์ ผ่านด่านตรวจความมั่นคงที่หน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อคืนนี้ ล่าสุด ผู้ต้องหาได้สารภาพแล้ว ว่า เป็นการ์ดของกลุ่ม คปท.จริง โดยมีภาพถ่ายคู่กับแกนนำยืนยัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจค้นบ้านต่อไป
ด้าน พลตำรวจตรีอนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. เปิดเผยเส้นทางที่ปิดการจราจรในขณะนี้ จำนวน 12 เส้นทาง ได้แก่ ถนนพิษณุโลก ตั้งแต่แยกวังแดง ถึง ยมราช ถนนนครสวรรค์ จากแยกเทวกรรม ถึงแยกนางเลิ้ง ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถึง แยก จปร. ถนนจักรพรรดิพงษ์ จากแยก จปร. ถึง แยกจักรพรรดิพงษ์ แยกผ่านฟ้า ถึง แยกหลานหลวง และ แยกจักรพรรดิพงษ์ ถนนพระราม 5 จากวัดเบญจฯ ถึง สะพานอรทัย ถนนลูกหลวง จากแยกราชสีมา ถึงสะพานอรทัย ถนนราชวิถี จากแยกราชวิถี ถึงแยกการเรือน ถนนศรีอยุธยา จากแยกพล 1 ถึง แยกวัดเบญจฯ ถนนราชดำเนินนอก จากแยกพระรูป ถึงแยกมัฆวาน ถนนอู่ทองใน จากแยกอู่ทองใน ถึงพระลานพระราชวังดุสิต และ ถนนพิชัย จากแยกขัตติยานี ถึงแยกอู่ทองใน





