วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.คาดม็อบยาว-กทม.อัมพาต

ตร.ประเมินม็อบชุมนุมต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลจราจรเป็นอัมพาตทั่วกรุง คาดผู้ชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา-ทำเนียบ พร้อมเคลื่อนที่ดาวกระจายสถานที่สำคัญ

พล.ต.ต. ปิยะ อุทาโย โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบแห่งชาติ (ศอ.รส.) กล่าวว่าการประชุม ศอ.รส. ประเมินว่าการชุมนุมทุกจุดมีเป้าหมายเดียวกัน และจะมีการระดมพลต่อเนื่องจนถึงช่วงเย็นของวานนี้ และช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนหรือเร็วกว่านั้น จะมีการยกกำลังมวลชนเพื่อไปปิดล้อมรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาล เพื่อกดดันไม่ให้รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ

"ข่าวจากสันติบาลแจ้งว่าเส้นทางที่กลุ่มผู้ชุมนุมจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะใช้ ใช้เส้นทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากผ่านฟ้า และสะพานมัฆวานรังสรรค์"

สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกนางเลิ้ง โดยจะใช้เส้นทางถนนราชสีมาในการเคลื่อนมวลชนเป็นหลัก ผ่านแยก วิสุทธิ์กษัตริย์-วังแดง - พล1 - อู่ทองนอก - การเรือน - รื่นฤดี - ขัตติยานี - อู่ทองใน และบรรจบที่แยกราชวิถี และมวลชนอีกกลุ่มจะใช้ เส้นทางราชดำเนินกลาง-ผ่านฟ้า-ราชดำเนินนอก-เลียบถนนกรุงเกษม - สะพานนางเลิ้ง - แยกชมัยมรุเชฐ - ถนนพระราม 5 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะใช้เส้นทางนี้สูง เพื่อไปกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ ณ จุดต่างๆ

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่ากลุ่มที่ 2 การข่าวแจ้งว่า แกนนำบางส่วนได้เตรียมนำรถกระบะประมาณ 50 คัน เพื่อนำมวลชนไปกดดันในสถานที่ต่างๆ เช่น กองบัญชาการกองทัพไทย กองบัญชาการกองทัพบก กองบัญชาการกองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพอากาศ สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 3,5,7,9 และเอ็นบีที รวมถึงสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรครัฐบาล เช่น ที่ทำการพรรคชาติไทย อาคารชินวัตร โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เย็นนี้ เป็นต้นไป โดย มวลชนที่ไปกดดัน อาจมีการกล่าวปราศรัยเป็นบางจุด เช่นวงเวียนใหญ่ อโศก สีลม

"การข่าวรายงานว่าการชุมนุมอาจจะต่อเนื่องอีกหลายวัน เพื่อให้การจราจรเป็นอัมพาตทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการทำให้คนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ"

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. ได้ย้ำเตือนเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังการยั่วยุจากกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าอาจมีการพักค้างแรม ณ จุดชุมนุมต่างๆ เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง

นอกจากนี้ทาง ศอ.รส. แจ้งให้การข่าวตรวจสอบกรณีมีข่าวว่ามีการเตรียมยางรถยนต์ไปไว้ตามจุดต่างๆ รวมถึงมีการเตรียมชุดปฏิบัติการเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งฝ่ายการข่าวและหน่วยเคลื่อนที่เร็วกำลังตรวจสอบข้อมูลอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ โฆษก ศอ.รส. แสดงความเห็นว่า ศอ.รส. ไม่มั่นใจว่าแกนนำผู้ชุมนุมจะสามารถควบคุมผู้ชุมนุมซึ่งมีจำนวนมาก และควบคุมการ์ดผู้ชุมนุมได้หรือไม่ โดย ศอ.รส. ได้แสดงความเป็นห่วงในจุดที่มีการปะทะหลายจุดซึ่งเป็นจุดล่อแหลมต่อการชักนำไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทาง ศอ.รส. ได้ย้ำถึงหน่วยปฏิบัติให้หลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยจะทำหน้าที่รักษาพื้นที่ตามที่ประกาศใน พ.ร.บ. อดทนต่อความกดดันทุกกรณี และเจ้าหน้าที่ทุกคนจะมีการบันทึกเหตุการณ์ขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยกล้องบันทึกภาพในโทรศัพท์มือถือของแต่ละนาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานและบันทึกเหตุการณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่

หากแกนนำคนใดเป็นผู้ออกคำสั่งยั่วยุให้เกิดการปะทะ จะต้องรับผิดชอบการกระทำของตน พร้อมยืนยัน ศอ.รส.มีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับผู้ชุมนุม และเน้นรักษาสถานที่สำคัญตามที่ พ.ร.บ. ประกาศไว้ รวมถึงสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ รวมถึงป้องกันความรุนแรงในทุกกรณี ป้องกันการสูญเสีย เพื่อให้สถานการณ์ผ่านไปได้ด้วยดี

ปิดทำเนียบ8จุด-สถานที่ราชการ12จุด

แหล่งข่าวจากฝ่ายชุมนุมคัดค้านรัฐบาล กล่าวว่าแผนการชุมนุมมี 2 ส่วน คือ วงใน และ วงนอก โดยวงในจะปิดเส้นทางที่จะผ่านเข้าออกทำเนียบและรัฐสภาทุกจุด ประมาณ 8 จุด โดยทางเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) จะเป็นผู้นำปฏิบัติการ

"ส่วนวงนอก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จะเป็นคนนำปฏิบัติการ โดยจะดาวกระจายไปในสถานที่ราชการประมาณ 12 จุด เพื่อกดดันและให้กำลังใจข้าราชการให้แสดงอารยะขัดขืน ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล สถานที่ที่จะไป เช่น กองทัพไทย ดีเอสไอ กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กรมประชาสัมพันธ์"

'ยิ่งลักษณ์'เรียกร้องสมานฉันท์

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผ่านเฟสบุ๊คว่าตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภาให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ตลอดจนการชุมนุมของประชาชนที่สะท้อนแนวคิดหลากหลาย ที่หาข้อยุติไม่ได้จึงทำให้เกิดความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว

ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ยืนยันที่จะรักษากติกา และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทุกเสียง เพื่อร่วมกันหาแนวทางออกของปัญหาร่วมกัน ดิฉันเชื่อว่าในความเป็นคนไทยมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เหมือนกันทุกคน

ดิฉันขอเรียกร้องความสามัคคี สมานฉันท์ สงบสุข และเคารพในหลักนิติรัฐ ในฐานะรัฐบาลไม่ต้องการเห็นภาพของการทะเลาะเบาะแว้งจนนำไปสู่ความรุนแรง การเสียเลือดเสียชีวิตที่ไม่มีใครอยากเห็น การชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่ละเมิดกฎหมายสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ

ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น รัฐบาลจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายดูแลความสงบเรียบร้อย บริหารจัดการด้วยความละมุนละม่อม และเป็นไปตามขั้นตอน วิธีการของมาตรฐานสากล เพื่อให้การแสดงออกของผู้ชุมนุมไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย และไม่เป็นเหยื่อของมือที่สามที่จะใช้ความรุนแรง ไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้เกิดการสูญเสีย เพื่อเป็นเงื่อนไขแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ชอบธรรมนั้น

ดิฉันเชื่อมั่นว่าประเทศชาติจะไม่ถึงทางตันหากกระบวนการต่างๆ ยังยึดหลักระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และหากทุกคนหันหน้าเข้าหากัน ใช้เหตุใช้ผล เปิดกว้าง ไม่ใช้อารมณ์ ลดการเผชิญหน้า ใช้การพูดคุยด้วยวิถีแห่งสันติ ซึ่งเวทีปฏิรูปการเมืองเพื่อหาทางออกของประเทศที่รัฐบาลได้ริเริ่มไว้ยังเปิดกว้างที่จะให้ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และมาถกเถียงแนวทางการแก้ปัญหาของชาติเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ในอีกไม่กี่วันก็จะมีตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามแนวทางของรัฐสภา

สุดท้ายนี้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงและสงบสุข เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศชาติ ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันปกป้องรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักของเราทุกคน

กลาโหมแถลงจุดยืนรับห่วงสถานการณ์

ในช่วงบ่ายวานนี้ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงลงถึงจุดยืนของกระทรวงกลาโหมต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า จากสถานการณ์ที่มีประชาชนจำนวนมาก ออกมาชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง และจะมีการเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทางกระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีที่ได้มีกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่ต้องการเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นในสังคมพยายามนำข้อมูลที่อาจเข้าข่ายการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเผยแพร่และส่งต่อในโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจผิด และความเกลียดชัง ให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชน โดยการปลุกปั่น ยุยง ด้วยการผลิตคลิปตัดต่อภาพสร้างสถานการณ์ให้กับประชาชนคนไทยทุกคนที่มีความรักชาติ เพื่อออกมาร่วมในการปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

"การแสดงออกทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนทำได้อย่างเสรี ตราบใดที่เป็นการแสดงออกภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ แต่หากการกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในวัตถุประสงค์ใด ๆ ก็ตาม ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐบาล และกระทรวงกลาโหมที่ต้องออกมาปกป้องและถวายพระเกียรติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทรวงกลาโหมขอวิงวอนกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม และประชาชนทุกคนที่ออกมาร่วมชุมนุมแสดงความเห็นต่างโดยปราศจากความรุนแรง ใช้แนวทางสันติวิธีแก้ปัญหาทางการเมือง"

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมไม่อยากเห็นความขัดแย้งของพี่น้องประชาชนแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายเหมือนบางประเทศที่มีการปะทะและเกิดเหตุจลาจล เช่น ประเทศรวันดาที่มีความขัดแย้งกันของประชาชนทั้งสองเผ่าที่เคยเป็นเพื่อนบ้าน ญาติ พี่น้องกัน แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองทำให้หันมาทำร้ายและฆ่ากันเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ ที่กระทรวงกลาโหมมีความห่วงใย และมุ่งหวังให้ประเทศชาติสงบสุข ขอให้ประชาชนชาวไทย มีความรักสามัคคี ปรองดองคนในชาติ

ปฏิเสธทหารเคลื่อนกำลัง

พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมนั้น ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ โดยจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา โดยขณะนี้ยังไม่มีการร้องขอกำลังทหารแต่อย่างใด

ส่วนที่มีข่าวลือออกมาว่า จะกองทัพจะมีเคลื่อนกำลังออกมานั้น ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ซึ่งการรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะนี้ได้มีการนำกำลังตำรวจภูธรมาร่วมดูแลรักษาความสงบด้วย และหากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนที่ดาวกระจายไปตามจุดต่างๆ ทางศอ.รส.จะจัดส่งชุดเคลื่อนที่เร็วตามไปดูแล และหากมีการร้องขอกำลังทหารจะจัดส่งสารวัตรทหารที่ได้รับการฝึกในการดูแลฝูงชนเข้าไปช่วยดูแล แต่คิดว่าประชาชนคงไม่ต้องการความรุนแรง และหากมีการดาวกระจายมากระทรวงกลาโหมนั้น เราก็จะมีการจัดกำลังดูแลกระทรวงกลาโหมตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีที่เกิดกระแสข่าวว่า จะมีกำลังทหารจาก กทม.และจากต่างจังหวัดเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใดๆก็ตาม โดยเฉพาะการทำหน้าที่ที่ไม่ได้มีคำสั่งตามรูปแบบในงานราชการเกี่ยวกับการชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมยังเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

'ยิ่งลักษณ์'สั่งเหล่าทัพติดตาม24ชม.

แหล่งข่าวนายทหารระดับสูง กล่าวว่าจากสถานการณ์การชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก และเตรียมที่จะเคลื่อนย้ายไปชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการไซเบอร์กลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เฝ้าติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มม็อบราชดำเนินอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานไปยังศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพให้มีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรายงานสถานการณ์ให้รับทราบ เนื่องจากขณะนี้มีความเป็นห่วงว่า การชุมนุมอาจจะเกิดความรุนแรง เพราะมีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมจำนวนมากจึงเกรงว่าแกนนำจะควบคุมผู้ชุมนุมไม่ได้ โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายจากกลุ่มมือที่สาม

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ผบ.เหล่าทัพ เป็นห่วงกับสถานการณ์การชุมนุมจึงได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการเหล่าทัพติดสถานการณ์ พร้อมประสานงานกับ ศอ.รส.เพราะเกรงว่า นายสุเทพ แกนนำจะควบคุมมวลชนที่ร่วมชุมนุมไม่ได้ เพราะมวลชนที่มีจำนวนมากย่อมเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นได้

"รัฐบาลยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ที่จะให้ทหารออกไปสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ ขณะเดียวกันหากเกิดสถานการณ์รุนแรงจนตำรวจไม่สามารถควบคุมได้ กองทัพก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือและดูแลประชาชนทันที ซึ่งทางตำรวจได้เตรียมการไว้หมดแล้ว หากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นมา โดยปฏิบัติตามหลักสากล ซึ่งทางกองทัพเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 มากที่สุด"