"ณัฐวุฒิ"ลั่นเสื้อแดงไม่เคลื่อน หวั่นมือที่3 ป่วน ชี้ม็อบนกหวีดเตรียมล้อม"ทำเนียบ-สภา" เย้ยประชาธิปัตย์แค่หมากตัวหนึ่งเปิดทางอำนาจนอกระบบ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช. กล่าวว่า วันนี้มีการชุมนุมสองฝ่าย คือ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล และฝ่ายยึดหลักประชาธิปไตย ปกป้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถานวันนี้ จะเป็นการชุมนุมในที่ตั้งเท่านั้น ไม่มีการเคลื่อนขบวนออกจากสนามอย่างแน่นอน เพราะมีรายงานว่าอาจจะมีกลุ่มสร้างสถานการณ์ โดยมีคนใส่เสื้อสีแดงไปก่อเหตุวุ่นวายกับมวลชนเวทีประชาธิปัตย์ เพื่อให้สถานการณ์บานปลาย รัฐบาลควบคุมไม่ได้ ดังนั้นยืนยันว่าจะไม่มีเสื้อแดงไปสร้างสถานการณ์ หรือเผชิญหน้ากับม็อบนายสุเทพอย่างแน่นอน ถ้ามีคงเป็นการสร้างสถานการณ์ของมือที่สาม ทั้งนี้ การชุมนุมของเราจะเป็นการชุมนุมต่อเนื่อง พักค้าง โดยยังไม่มีแนวทางเคลื่อนขบวนใดๆ ทั้งสิ้น โดยแกนนำจะประชุมเพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม เรารู้ดีว่าถ้ากลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนขบวน จะมีคนฉวยโอกาสทางการเมือง ถ้าเวทีนายสุเทพยุติเพราะคนไม่มาก เราจะก็ยุติการชุมนุม แต่ถ้าม็อบนายสุเทพชุมนุมยืดเยื้อปิดล้อมสถานที่ราชการ เราก็จะปักหลักชุมนุมต่อไป
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการปลุกกระแสรักชาติ กดดันมวลชนและกลุ่มต่างๆ ออกไปชุมนุมร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นคนรักชาตินั้น ขอทำความเข้าใจว่า คำว่าชาติ คือประชาชน ดังนั้นคนที่ต้องคดีสังหารประชาชน ไม่น่าปลุกระดม นำพามวลชนว่าเป็นคนรักชาติ หากเรารักชาติต้องแสดงให้ชัดว่าประเทศนี้ต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่คนที่เคลื่อนไหวกำลังทำลายหลักการดังกล่าว ขัดกับหลักการประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเวทีของประชาธิปัตย์ไม่ใช่เวทีพิสูจน์อุดมการณ์รักชาติและประชาธิปไตย ดังนั้นขอให้นายสุเทพใช้เวลา 18.00 น. ประกาศพิมพ์เขียวปฏิวัติประชาชนให้ชัดเจน อย่าเอาเปรียบประชาชน ปลุกระดมโดยไม่มีรายละเอียดการชุมนุมที่ชัดเจน
ส่วนที่นายสุเทพบอกว่าจะเคลื่อนขบวนพรุ่งนี้อาจเป็นเพียงข่าวลวง คาดว่าแกนนำอาจจะเคลื่อนขบวนตั้งแต่ช่วงเย็นนี้ เพื่อปิดล้อมสภาฯ และทำเนียบ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเตรียมรับมือพรุ่งนี้ไม่ได้ ต้องพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพราะมีแนวโน้มที่แกนนำจะอ้างว่าประชานมาร่วมจำนวนมาก และขอมติประชาชนเพื่อเคลื่อนขบวนทันที ดังนั้นขอให้มีสำนึกว่าการจะบุกไปยึดสถานที่ราชการ ขัดต่อกฎหมาย ไม่ส่งเสริมประชาธิปไตยใดๆ ทั้งสิ้น และหากมีการปิดล้อมทำเนียบและสภาฯ จะเกิดการสุญญากาศทางการเมือง เพื่อให้เห็นว่าอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหารทำงานไม่ได้ ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่เกิดขึ้น เปิดทางให้อำนาจนอกระบบเข้ามาจัดการการเมือง ประเทศก็จะเดินถอยหลังไปเหมือนปี 49
"ขณะนี้ภาพที่เห็นเหมือนว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นกำลังสำคัญในการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล แต่ภาพจริงๆ พรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง กำลังสำคัญ คือผู้อยู่เบื้องหลังโดยให้พรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหวชุมนุม เพื่อหาเหตุลงดาบรัฐบาลด้วยวิธีการนอกระบบหรือจากองค์กรอิสระ ดังนั้นขอให้พรรคประชาธิปัตย์ทบทวนเพราะกำลังเป็นเครื่องมือทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง " นายณัฐวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้การที่ประชาชนเดินทางเข้ามาชุมนุมนั้น รัฐบาลเคารพเสรีภาพและสิทธิตราบใดที่เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย แต่ทราบว่าประชาชนจำนวนมากมาจากภาคใต้ซึ่งเกิดอุทกภัย ขณะที่นายกฯ ได้สั่งการนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ บูรณาการทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ซึ่งช่วงบ่ายจะแถลงข่างแนวทางการช่วยเหลือ ดังนั้นเราเป็นรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศจะทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดลงไปบรรเทาทุกข์คนใต้





