วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิชิต'ชี้ล้มรัฐบาลจลาจลนองเลือดทหารออกมา

"พิชิต"ระบุปปช.สรุปคดีจำนำข้าวสิ้นเดือนพ.ย.พุ่งเป้าเร่งล้มรัฐบาล มีการแยกขบวนโอบล้อมรัฐบาลแตกหักจลาจลนองเลือดซ้ำรอยปี51

นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์เศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์เฟชบุ๊คว่าคำวินิจฉัยของศาล รธน.ในวันที่ 20 พ.ย.ได้ทิ้งประเด็นไว้หลายข้อในลักษณะ "ตั้งลูก" เพื่อให้องค์กรอื่นๆ มา "รับลูก" ไปเล่นต่อจนสามารถ "เตะเข้าประตู" ได้ คือ ล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

คำวินิจฉัยสำคัญคือข้อสุดท้ายที่ระบุว่า ส.ส. ส.ว.ทั้งหมดที่แก้ไขรธน. มีความผิดตาม ม.68 วรรคหนึ่ง คือ เป็นการกระทำเพื่อ "ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ"

รุ่งขึ้นวันที่ 21 พ.ย. ปปช.ประชุมนัดพิเศษทันที รวมคำร้องทั้ง 5 คำร้องที่ให้ถอดถอนประธานสภาผู้แทน ประธานวุฒิสภา สส.สว.ที่ยื่นแก้ไขรธน. เป็นคำร้องเดียว และให้ปปช.ใหญ่เป็นองค์คณะไต่สวน ทั้งนี้จะใช้คำวินิจฉัยของศาลรธน.เป็นพื้นฐาน โดยอนุกก.จะประชุมวันที่ 26 พ.ย.เพื่อวางแนวทางการพิจารณาคดี

อย่าลืมว่า ปปช.ยังมีคดีค้างอยู่คือคดีจำนำข้าว และคดีประมูลโครงการน้ำ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยตรง โดยรายงานล่าสุดแจ้งว่า คดีจำนำข้าวจะสรุปในสิ้นเดือนพ.ย.นี้พอดีอีกด้วย

ในอีกทางหนึ่ง ผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ นัด "แตกหัก"กับตระกูลชินวัตร ในช่วงวันที่ 24-26 พ.ย. ขณะนี้ได้จัดแยกขบวนเป็นสายๆ ในลักษณะ "โอบล้อม" ทำเนียบรัฐบาลไว้แล้ว เหลือเพียงระดมคนเพิ่มให้มากที่สุด แล้วกระชับวงล้อมเข้าไป และอาจเข้ายึดในที่สุด ซ้ำรอยกับปี 2551

มีการตระเตรียมกำลังคนมาพร้อมที่จะเข้าปะทะกับกำลังตำรวจ ถ้าเหตุบานปลายกลายเป็นจลาจลนองเลือด พวกเขาเชื่อว่า รัฐบาลจะหมดความชอบธรรมทันที และเป็นเงื่อนไขให้ทั้งตุลาการและทหารเข้าแทรกแซง เร่งกระบวนการล้มรัฐบาลและปลดนายกฯยิ่งลักษณ์ได้สำเร็จภายในต้นเดือนธันวาคม ตระกูลชินวัตรจะต้องหลบหนีออกไปจากประเทศไทย เหมือนที่เขาเคยทำสำเร็จมาแล้วกับถนอม-ประภาส!!!