"วราเทพ"เสนอวันซักฟอก26-27พ.ย.เหมาะสม ย้ำปชป.ปฏิบัติต่างสมัยเป็นรัฐบาล ชี้ผู้ถูกกล่าวหาเตรียมตัวไม่ทันเพื่อผลทางการเมือง
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ทราบว่านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้บรรจุระเบียบวาระแล้ว ได้บอกไปว่าต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ เนื่องจากถ้าไม่บรรจุก็จะนำไปสู่ประเด็นการกล่าวหาว่าปิดกั้นและเป็นเครื่องมือสนับสนุนรัฐบาล และคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประธานสภาได้ให้โอกาสฝ่ายค้านชี้แจง ต้องเรียนว่าการปฏิบัติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมี 2 แนวทางคือ สมัยที่พรรคพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้านได้ปฏิบัติโดยการยื่นสำเนาคำร้องถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาไปยังป.ป.ช. ให้ประธานรัฐสภาในขณะนั้น รวมถึงมีประเด็นข้อกล่าวหาและรายละเอียดแนบมาด้วย ซึ่งครั้งนั้นรัฐบาลประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์เต็มๆเพราะมีรายละเอียดทุกขั้นตอน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการประชุมสภา เพราะสามารถที่จะรู้ว่าได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน กลับปฏิบัติอีกแบบ คือไม่ยื่นรายละเอียดหัวข้อและประเด็น ยื่นเพียงสำเนาการรับคำร้องยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภา
นายวราเทพ กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าเจตนาของฝ่ายค้านในการทำเช่นนี้ แต่เชื่อว่าคงมีเรื่องเดียวคือไม่ต้องการบอกประเด็น เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถเตรียมตัวได้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ฝ่ายค้านควรจะบอกประเด็นและหัวข้อ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ การทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาเตรียมเอกสารชี้แจง วันนี้ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามอาศัยความได้เปรียบทางรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ไม่ละเอียด ส่วนการที่ประธานสภาฯ บรรรจุระเบียบวาระในครั้งนี้นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ อย่างไรก็ตามประธานสภาฯควรจะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์ยื่นสำเนาคำร้องในวันที่ 25 พ.ย. ซึ่งในญัติของพรรคประชาธิปัตย์มีสองกรณีคือ การอภิปรายแบบไม่ยื่นถอดถอน หรือการบริหารงานที่ไม่เป็นไปตามนโยบาย และเรื่องการทุจริต แต่พรรคประชาธิปัตย์เขียนในญัตติเดียวกัน ซึ่งจากนี้คงจะมีการแก้ข้อบังคับว่าการยื่นญัติการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องมีการนำเสนอรายละเอียดอะไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรหากการอภิปายไม่ไว้วางใจตรงกับกำหนดการที่นายกฯ ต้องเดินทางไปต่างประเทศ นายวราเทพ กล่าวว่า ถ้ามีการบรรจุวาระ และกำหนดวันประชุมแล้วกำหนดการนายกฯ สามารถปรับเปลี่ยนได้ นอกจากนี้ยังไม่มีการยกเลิกกำหนดการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา ในวันที่ 29-30 พ.ย. แต่อย่างใด ส่วนถ้าหากประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระในวันที่ 22 พ.ย. ก็จะต้องนัดวันอภิปรายภายใน 3 วัน คาดว่าจะสามารถกำหนดวันอภิปรายได้ในสัปดาห์หน้า และการอภิปรายจะต้องเสร็จก่อนเที่ยงคืนวันที่ 27 พ.ย. ทั้งนี้ประเด็นที่สำคัญคือเรื่องกรอบเวลาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้านจะต้องไปตกลงกัน เบื้องต้นส่วนตัวเห็นว่าการอภิปรายไม่ควรเกิน 2 วัน โดยควรจะกำหนดให้วันที่ 26 พ.ย. เป็นวันแรกของการอภิปราย ในเวลา 13.00 น. ส่วนวันที่ 2 ควรจะเป็นวันที่เช้าวันที่ 27 พ.ย. และเสร็จสิ้นก่อนเที่ยงคืน





