วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อส.ทพ.เต้ย'แถลงข่าวยันเห็นสไนเปอร์จริง

"สุภรณ์"นำตัว"อส.ทพ.เต้ย"แถลงข่าว ยันเห็นสไนเปอร์จริง ขนอาวุธเข้ามาในม็อบ จี้"สุเทพ"ตอบคำถามอยู่เบื้องหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำตัว นายเต้ย จักราช อายุ 23 ปี อาชีพอาสาสมัครทหารพราน(อส.ทพ.) สังกัด กรมทหารพราน 42 อ.เทพา จ.สงขลา ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีการขนอาวุธเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมที่ถนนราชดำเนิน โดยนายสุภรณ์ กล่าวว่า นายเต้ย ได้ให้ข้อมูลและบันทึกปากคำต่อพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. สอบปากคำด้วย นอกจากนี้ตนได้ส่งหนังสือลับที่สุดจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รายงานให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบเรียบร้อยแล้ว และได้ทำหนังสือลับที่สุดถึง พล.ท.ภราดร และพล.ต.อ.ประชา และผบ.ตร. เช่นกัน

นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะต้องหาข้อเท็จจริง โดยดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป เพื่อสะท้อนให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ออกมายอมรับและพูดความจริงว่าได้สั่งการกลุ่มนายทุนพ่อค้าสวนปาล์ม จ.ตรัง เข้าไปร่วมประชุมที่กองร้อยทหารพราน 42 จริงหรือไม่ และได้มีการสั่งเตรียมอาวุธ เหมือนกับที่นายเต้ย ระบุไว้ว่ามีการส่งไปให้ “นายหัวเทพ” จริงหรือไม่ ส่วนการแจ้งเรื่องไปถึงกองทัพได้มีการทำหนังสือส่งไปยังพล.ต.อ.ประชา และพล.ท.ภราดร แล้ว เพื่อประสาน ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

"ภารกิจของผมและนายเต้ย ได้ทำในฐานะพลเมืองดี ขอยืนยันว่าไม่ได้กุข่าว โดยมีพยานบุคคลชัดเจน ทั้งนี้ผมไม่เคยรูจักและสนิทสนมกับนายเต้ยมาก่อน และผมไม่กล้ากล่าวหานายสุเทพ โดยไม่มีหลักฐาน เพราะอาจถูกฟ้องร้องได้"นายสุภรณ์ กล่าว

ด้านนายเต้ย กล่าวว่า มีผู้เข้าร่วมในห้องประชุมที่กองร้อยทหารพราน 42 ทั้งสิ้น 7 คน มี ข้าราชการ 4 คนแต่งชุดเครื่องแบบทหารยศพันตรี 2 คน และอีก 3 คน เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนแล้วรู้ได้อย่างไรว่าเป็นนายทุนสวนปาล์ม จ.ตรัง นายเต้ย กล่าวว่า มีเพื่อนเล่าให้ฟัง นายทุนคนนี้อยู่ที่อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อถามว่าในกล่องที่เห็นเป็นอาวุธสไนเปอร์จริงหรือไม่ นายเต้ย กล่าวว่า เป็นสไนเปอร์จริง โดยตนเป็นคนยกกล่องนั้นเข้าไปในห้องประชุมด้วยตัวเอง โดย 1 กล่องได้บรรจุ สไนเปอร์ 1 กระบอก มีทั้งหมด 7 กล่อง โดยขั้นตอนการขนย้ายนั้นตนไม่เห็น ซึ่งน่าจะมีการขนย้ายตอนค่ำ ส่วนสาเหตุที่ตนถูกซ้อมในห้องประชุมนั้นมาจาก ตนได้ถูกถ่ายคลิปไว้ ขณะกำลังคุยโทรศัพท์หลังยกกล่องสไนเปอร์แล้ว ซึ่งมีการขอเรียกดูโทรศัพท์ของตน ว่าได้มีการติดต่อใครหรือไม่ ซึ่งตนได้โทรคุยกับมารดา ซึ่งตนถูกเตะที่ซี่โครงด้านขวาเมื่อผู้ข่าวให้แสดงร่องรอยที่ถูกทำร้ายร่างกายนายเต้ย หยุดตอบคำถาม ซึ่งนายสุภรณ์ ได้ตอบคำถามแทนว่า นายเต้ย ถูกเตะมาหลายวันแล้ว และมีร่องรอยช้ำ ไม่มาก คงไม่ถึงขนาดต้องแสดงให้ดู

นายเต้ย กล่าวว่า ขอยืนยันว่า เรื่องที่ตนพบเห็นเป็นความจริงทุกประการไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ไม่มีการจ้าง เพราะทำเพื่อประเทศชาติ ตนไม่อยากเห็นใครตายอีก และอยากให้บ้านเมืองสงบสุข จึงต้องเสี่ยงออกมา และมั่นใจว่าทางรัฐบาลจะให้ความปลอดภัยกับตนได้ นอกจากนี้นายเต้ย ยังปฏิเสธว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นการ์ดของกลุ่มนปช. และเดินทางมาที่กทม.มาก่อน