วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบช.น.เยี่ยมอาการตร.ถูกคนร้ายปาประทัด

"คำรณวิทย์"เยี่ยมอาการตำรวจถูกคนร้ายปาประทัดไม่ทราบชนิดแนวป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมสะพานมัฆวานฯ วงจรปิดพบผู้ต้องสงสัย3คน

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ และพ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ จ.ส.ต.กฤษณะ มังคลา อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ฝ่ายปราบปราม สภ.เมืองสมุทรสาคร ที่ได้รับบาดเจ็บถูกคนร้ายขว้างปาประทัดไม่ทราบชนิด ที่บริเวณแนวป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุม สะพานมัฆวานรังสรรค์ จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะส่งตัวมารักษาที่ รพ.ตำรวจ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้พูดคุยให้กำลังใจนานประมาณ 10 นาที พร้อมทั้งมอบเงินจำนวน 20,000 บาท มอบให้เป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย

จ.ส.ต.กฤษณะ เล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะกำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าในช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนมีปากเสียงกัน จากนั้นสังเกตเห็นวัตถุสีดำลอยทะลุแนวตาข่ายกั้นเข้ามากระแทกกับโล่ ก่อนจะมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ตนล้มลงกับพื้น แต่ยังมีสติอยู่ จากนั้นกลุ่มเพื่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาล

พล.ต.ท.จงเจตน์ กล่าวถึงอาการของ จ.ส.ต.กฤษณะ ว่า มีบาดแผลตามร่างกายเล็กน้อย และทางคณะแพทย์ได้ทดสอบการรับรู้ได้ยินเสียงแล้วพบว่าเป็นปกติ แต่มีปัญหาตรงประสาทการรับฟังได้ยินเสียงสูงเสื่อมไปมาก ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการได้ยินเสียงดังมากจากระเบิด หลังจากนี้แพทย์จะให้ทดสอบการได้ยินเป็นระยะๆ ทุกสัปดาห์ เพื่อดูอาการ โดยคาดว่าจะต้องพักฟื้นประมาณ 2-3 วัน จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าระบิดที่ถูกขว้างมามีลักษณะคล้ายระเบิดปิงปอง ผูกติดกับก้อนหินโยนเข้ามาในแนวเจ้าหน้าที่ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า บริเวณหน้าแนวแท่นแบริเออร์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 3 คน วิ่งออกจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุม หลังปาระเบิดเข้ามาในแนวตำรวจ และวิ่งหนีกลับไปทางเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีผู้ก่อเหตุต่อไป

ผบช.น. กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.ที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศจะมีการยกระดับการชุมนุมว่า ต้องยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์เรื่องมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวาย โดยได้สั่งการกำชับให้ใช้ความระมัดระหว่างการวางกำลังประจำจุดสูงข่ม และชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมเฝ้าระวังเหตุการณ์เพื่อดูแลสถานที่สำคัญของทางราชการ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่เฝ้าระวังจุดที่ตั้ง และจะไม่มีการเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด ซึ่งโดยภาพรวมนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีขวัญกำลังใจที่ดี