วุฒิฯคว่ำนิรโทษ แต่ร่างกฎหมายยังไม่ตก จับตา 180 วัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ "ถอย" หรือ "ลุยต่อ"
ยังคงมีความสับสนเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับเจ้าปัญหา ว่าหากวุฒิสภาคว่ำร่างฯในวาระ 1 ไปแล้ว ร่าง พ.ร.บ.จะตกไปเลยหรือไม่ หรือว่ามีสถานะอย่างไร
นายปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คำว่า “คว่ำร่าง” ที่มีการพูดกันอยู่นี้ ตามรัฐธรรมนูญหมายถึงวุฒิสภาไม่รับหลักการในวาระ 1 หมายถึงไม่เห็นชอบด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทั้งฉบับ ไม่ได้ไปแก้ไขเนื้อหา แต่ลงมติโดยเสียงข้างมากไม่รับหลักการตั้งแต่วาระแรก
การลงมติดังกล่าวเท่ากับว่าวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้งฉบับ ร่างกฎหมายนี้ก็จะกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง
"ตรงนี้หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน คือเมื่อวุฒิสภาไม่รับร่างในวาระ 1 แล้ว ร่างกฎหมายยังไม่ได้ตกไปไหน ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่อยู่ในสถานะถูกยับยั้ง และย้อนกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎร"
นายปรีชา กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 148 บัญญัติเอาไว้ว่า กรณีที่ร่าง พ.ร.บ.ถูกยับยั้งโดยมติของวุฒิสภา ร่างกฎหมายจะถูกส่งกลับไปที่สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นสภาผู้แทนราษฎรต้องรอไป 180 วัน เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ยืนยันว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน จึงถือว่าไม่ใช่กฎหมายการเงิน ก็ต้องรอไป 180 วันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็จะประชุมกัน ถ้าเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรยังคงยืนยืนยันร่างเดิม ให้ถือว่าร่าง พ.ร.บ.ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา นายกรัฐมนตรีสามารถนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้ได้ทันที โดยร่างกฎหมายจะไม่ย้อนกลับไปที่วุฒิสภาอีกแล้ว
นายปรีชา กล่าวอีกว่า การที่นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์ จึงเหมือนเป็นการซ่อนเงื่อนเอาไว้ว่าถอยจริงหรือไม่ เพราะแม้วุฒิสภาจะยืนยันว่าไม่เห็นด้วยคือไม่รับหลักการ ก็ไม่ได้ทำให้ร่างนี้ตกไป เนื้อหาของร่างกฎหมายยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นี่คือความน่าเป็นห่วงว่ารัฐบาลถอยจริงหรือไม่
"นายกฯยืนยันได้อีกครั้งหนึ่งไหมว่าเมื่อร่างกฎหมายกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร นายกฯจะสั่งให้ ส.ส.รัฐบาลไม่ยืนยันร่างนี้ นายกฯต้องให้สัญญาประชาคม ถ้าไม่ยืนยัน ร่างก็จะตกไป คือสภาผู้แทนราษฎรไม่ยืนยันร่างนี้ด้วยเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างมากไม่ครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด (ไม่เกินกึ่งหนึ่ง) แต่ปัญหาคือนายกฯจะกล้าให้สัญญาหรือไม่"
นายปรีชา กล่าวด้วยว่า จริงๆ ยังมีร่าง พ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาคล้ายร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้อีกหลายร่างค้างอยู่ในสภา ที่เราเรียกว่ากฎหมายปรองดองทั้งหลาย ซึ่งหากนายกฯไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก นายกฯในฐานะผู้นำฝ่ายบริหารและคุมเสียงข้างมาในสภาสามารถถอนร่างคืนมาได้ทั้งหมด ซึ่งถ้าถอนได้ ทุกร่างก็จะตกไป และการชุมนุมคัดค้านก็จะจบลงด้วย
อย่างไรก็ดี หากในชั้นวุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เช่น ตัดมาตรานี้ เปลี่ยนแปลงถ้อยคำมาตราโน้น ร่างนี้ต้องกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องพิจารณาดูว่าเห็นด้วยกับที่ ส.ว.แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็ผ่านไป นายกฯนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯได้เช่นกัน แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง ส.ว.จำนวนหนึ่ง กับ ส.ส.จำนวนหนึ่ง เพื่อไปพิจารณาร่างที่ ส.ว.แก้ไข ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะใช้เวลาอีกค่อนข้างนาน
สำหรับรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการคว่ำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ของวุฒิสภา มี 2 มาตราหลักๆ คือ มาตรา 147 และ 148 โดยในส่วนของมาตรา 147 จะเข้าข่าย (2)
มาตรา 147 ภายใต้บังคับมาตรา 168 เมื่อวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว
(1) ถ้าเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 150 (นำร่าง พ.ร.บ.ขึ้นทูลเกล้าฯ)
(2) ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน และส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร
(3) ถ้าแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่างพระราชบัญญัติตามที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นไปยังสภาผู้แทนราษฎร ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 150 ถ้าเป็นกรณีอื่น ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างนั้น และให้คณะกรรมาธิการร่วมกันรายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง ถ้าสภาทั้งสองต่างเห็นชอบด้วยร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปตามมาตรา 150 ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน
คณะกรรมาธิการร่วมกันอาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติได้ และเอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 130 นั้น ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำหน้าที่ตามมาตรานี้ด้วย
การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกันต้องมีกรรมาธิการของสภาทั้งสองมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และให้นำบทบัญญัติมาตรา 137 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าวุฒิสภาไม่ส่งร่างพระราชบัญญัติคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎรภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 146 ให้ถือว่าวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัตินั้น และให้ดำเนินการตามมาตรา 150 ต่อไป





