25 มหาวิทยาลัยลุกฮือต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลั่นรับไม่ได้ล้างผิด "คดีทุจริต" เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีในอนาคต
นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้แถลงมติที่ประชุมอธิการบดีที่มีอธิการบดีจาก 25 มหาวิทยาลัยร่วมลงชื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย
นายสมคิด อ่านแถลงการณ์ ตอนหนึ่งระบุว่า ตามที่สภาผู้แทนฯ มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีเนื้อหาให้นิรโทษกรรมแก่บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ การบัญญัติดังกล่าวข้างต้นไม่เพียงแต่เป็นการยกเว้นความผิดและโทษให้แก่การกระทำในทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกระทำในลักษณะการทุจริตคอร์รัปชันด้วย
"ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเห็นว่า การที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมมีเนื้อหาดังกล่าวเท่ากับเป็นการสร้างมาตรฐานที่ไม่ถูกต้องขึ้นในสังคมไทย เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการทุจริตคอร์รัปชันมิใช่สิ่งร้ายแรง และในท้ายที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากความรับผิดได้ด้วยการนิรโทษกรรม ทำให้การต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทยในปัจจุบันไม่ประสบผลสำเร็จ และจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับการกระทำในลักษณะนี้ต่อไปในอนาคต"
นอกจากนี้ที่ประชุมจึงเห็นว่า การรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องสำคัญ ดังจะเห็นได้จากการจัดโครงการ "บัณฑิตไทยไม่โกง" ขึ้น โดยที่ประชุมได้ดำเนินการต่อเนื่องมากตลอดปี 2556 ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ดีต่อเมื่อมีตัวอย่างที่ดีแสดงให้เห็นว่า คนที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชันจะต้องถูกลงโทษโดยไม่มีการนิรโทษกรรม
นายสมคิด ชี้แจงด้วยว่า ทปอ.ไม่ได้คัดค้านการบริหารประเทศของรัฐบาล แต่คัดค้าน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะหากพ.ร.บฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เท่ากับเป็นการช่วยเหลือคนที่ทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้สิ่งที่สอนมาทั้งหมดล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และการรวตัวครั้งนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการรวมตัวเพื่อออกมาสื่อสารเชิงวิชาการ มีความเป็นเอกเทศ และหวังว่าการแสดงออกทางวิชาการครั้งนี้จะทำให้ มีคนรับฟังพอสมควร
สำหรับอธิการบดีทั้ง 25 มหาวิทยาลัยที่ร่วมลงชื่อคัดค้านได้แก่ ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.วลัยลักษณ์ จุฬาลงกรณ์ฯ ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ ม.ทักษิณ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.นครพนม ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ม.นเรศวร ม.บูรพา ม.พะเยา ม.มหาสารคาม ม.มหิดล ม.แม่โจ้ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.รามคำแหง ม.ศิลปากร ม.สงขลานครินทร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ม.อุบลราชธานี และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)
ขณะที่คณะผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่าการจัดทำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้ให้แนวทางไว้ว่า “...ไม่สามารถดำเนินการโดยปราศจากขอบเขต แต่ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและมาตรฐานที่เป็นสากล ... จะต้องมิใช่การนิรโทษกรรมตนเอง (Self-Amnesty) ที่ผู้มีส่วนในการกระทำความผิดบัญญัติกฎหมายให้มีผลเป็นการยกเว้นความรับผิดของตนเอง หรือการนิรโทษกรรมแบบครอบคลุมเป็นการทั่วไป (Blanket Amnesty)
หรือครอบคลุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยปราศจากเงื่อนไข แต่จะต้องมีการกำหนดความผิดที่จะนิรโทษกรรมและเงื่อนไขในการนิรโทษกรรมอย่างชัดเจนและเฉพาะเจาะจง โดยพิจารณาแยกแยะลักษณะการกระทำของบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศและตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตยโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย”
อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาผู้แทนฯ ได้พิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว และไม่สามารถย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นได้ในปัจจุบัน คณะผู้บริหารจุฬาฯ จึงขอเรียกร้องให้วุฒิสภา ซึ่งต้องเป็นผู้พิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมได้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญยับยั้งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไว้ก่อน และส่งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคืนไปยังสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาทบทวนใหม่ ทั้งนี้ คณะผู้บริหารจุฬาฯ จะติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด
ศ.กิตติคุณ คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ นายกสภาจุฬาฯ กล่าวว่า หากกฎหมายฉบับนี้ออกมามีผลบังคับใช้ จะบอกลูกหลานได้อย่างไรว่าการทุจริตไม่ดี โดยเฉพาะเราเป็นครูบาอาจารย์ จะสอนลูกศิษย์ได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาจะเท่ากับเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่รับไม่ได้และไม่ควรมีใครในโลกนี้ที่จะรับกฎหมายนี้ได้





