วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เครือข่ายปชช.77จว.แถลงต้านนิรโทษกรรม

เครือข่ายปชช.77จังหวัดแถลงจุดยืนต้านนิรโทษกรรม นัดรวมพลสวนลุม เรียกมวลชนช่วยคปท. ต้านรัฐบาลหวั่นสลายการชุมนุม

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด รวมทั้งตัวแทนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) เครือข่ายไฟฟ้า-ปะปา ร่วมหารือ ถึงจุดยืนของกลุ่ม หลังจากที่ สภาผู้แทนราษฎรผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 2 และ 3 โดยนายสมเกียรติ กล่าวว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แบบเร่งรัด ทำให้สังคมไทยตื่นตัวเป็นอย่างมาก และเข้ากับเงื่อนไขที่ได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่มีการประชุมหารือเมื่อ 27 ต.ค. ที่ม.ธรรมศาสตร์ และสถานที่หลักในการชุมนุมของเครือข่ายนั้นคือ บริเวณสวนลุมพินี และพร้อมที่ยกระดับการชุมนุมและเคลื่อนไหวต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกแผนการได้ นอกจากนี้ทางเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัดยังพร้อมที่จะเข้าร่วมกับทุกกลุ่มที่ต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมือนกัน ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าจะเข้าร่วมกับทางพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการชุมนุมบริเวณสถานีรถไฟสามเสนหรือไม่นั้น จะต้องหารือและตกลงเงื่อนไขกับทางพรรคประชาธิปัตย์ก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยใดๆ

นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า ทางกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ได้รับหนังสือแจ้งจากทางตำรวจว่า ต้องการขอคืนพื้นที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ภายในวันที่ 2 พ.ย.นี้ ซึ่งทางคปท.ชุมนุมอยู่ ตนหวั่นว่ารัฐบาลอาจจะสลายการชุมนุม จึงขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนออกมาร่วมชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์โดยด่วน เพราะการชุมนุมที่สงบ ปราศจากอาวุธและความรุนแรงนั้นเป็นสิทธิที่เราสามารถทำได้

นายสุริยะใส กล่าวว่า หลังจากที่เครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด ได้มีการประชุมหารือที่ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 ต.ค นั้น ปรากฎว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุกคามแกนนำผู้เข้าร่วมตามจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัด อาทิ กาญจนบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ ขอนแก่น แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ติดตามและสอบถาม แต่ตนคิดว่านั่นคือการข่มขู่คุกคาม ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว

นายนิติธร กล่าวว่า รัฐบาลขาดความชอบธรรม และการกระทำเหล่านี้เป็นการกระทำที่ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ไม่ต่างจากการรัฐประหารเลย และเข้าสู่ระบบการเผด็จการอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนวิธีการต่าง ๆ ขอไม่เปิดเผย ส่วนกรณีที่ตำรวจสน.พญาไท ขอคืนพื้นที่วันที่ 2 พ.ย.นั้น วันนี้(1พย.)เวลา 19.00 น. จะทำหนังสือไปชี้แจงและโต้แย้ง เพราะการใช้พื้นที่นี้เป็นการใช้ตามเสรีภาพในการชุมนุม และจะถามว่าจะสามารถไปใช้พื้นที่การชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่ ส่วนการรับมือการปิดล้อมการสลายการชุมนุมนั้น จะกระทำโดยสันติวิธี จึงขอเชิญประชาชนในกทม.และปริมณฑลเข้าแสดงพลังในครั้งนี้ และจะไม่มีการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐอย่างแน่นอน

นายพิภพ กล่าวว่า ตอนที่เป็นแกนนำพธม. ได้แถลงเห็นด้วยกับพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในส่วนเฉพาะนิรโทษประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองอย่างสงบและสันติ แต่จากวันนั้นจนวันนี้มีการขยายให้ครอบคลุมคนทุจริตคอร์รัปชั่น และคนที่ทำความผิดในคดีอาญา นี่คือการก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม นี่เป็นวิธีการที่ไม่มีการพูดความจริงในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และได้ก้าวล่วงละเมิดอำนาจศาล แล้วเราจะให้สภาผู้แทนราษฎรโดยการกำกับของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต ได้พัฒนาถึงขั้นเผด็จการ ที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ถ้าหากไม่ยับยั้ง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมรวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังทำอยู่นี้ได้ จะเป็นการตัด การตรวจสอบใน 3 อำนาจ ทั้งบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ เรื่องนี้สำคัญกับอนาคตประถเทศไทย ถ้าเราไม่ต่อต้าน รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่กำลังนำประเทศไปสู่หลุมดำในระบบทรราชย์ ยิ่งกว่าระบอบทักษิณ