"สุเทพ"ยกราชหัตถเลขาร.7 ปลุกประชาชนต้าน "นิรโทษเหมาเข่ง" โหมโรงการเมืองเดือด
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 50 คน เปิดแถลงข่าวที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา 1 เมื่อเวลา 10.25 น. วานนี้ (30 ต.ค.) เพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ วาระ 2-3 วันที่ 31 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ นายสุเทพ ได้นำราชหัตถเลขาสละราชสมบัติตอนหนึ่งของรัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2477 ขึ้นมาอ่าน ซึ่งมีใจความว่า “ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร”
จากนั้นนายสุเทพ ได้อ่านแถลงการณ์ใจความว่า ขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหญิงและชายตัดสินใจออกไปร่วมต่อสู้กับประชาชนเพื่อต่อต้านกฎหมายล้างผิด ที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยพยายามเสนอเข้าสภาฯ โดยไม่ฟังเสียงประชาชน ทั้งนี้พรรคมีแถลงการณ์ในนามกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า
บัดนี้ปรากฏแน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย กระทำการสวนทางแนวพระราชหัตถเลขาชัดเจน โดยการดึงดันใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีเนื้อหาลบล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงความผิดของแกนนำกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายในการชุมนุมทางการเมืองที่มิชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของประชาชนกลุ่มต่างๆ ในสังคมที่ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักกฎหมาย สร้างความแตกแยกในสังคม และจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน
นอกจากไม่เปิดกว้างรับฟังแล้ว กลับใช้กลไกเสียงข้างมากทุกขั้นตอน โดยเฉพาะในชั้นกรรมาธิการฯ ปรับแก้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวให้มีเนื้อหาสนองผลประโยชน์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้องมากขึ้น ทั้งที่มีส.ส.พยายามคัดค้านและเรียกร้องให้รัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไป แต่ใช้กลไกเสียงข้างมากรวบรัดนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2-3 วันที่ 31 ต.ค.
"พวกเราเห็นว่าหากปล่อยให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ย่ามใจในอำนาจเสียงข้างมากทำในสิ่งเลวร้ายเช่นนี้ไปเรื่อยๆ บ้านเมืองจะไร้หลักยึด ประเทศจะจมดิ่งอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการของรัฐบาลที่มุ่งแต่จะพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์ของครอบครัวและพวกพ้อง โดยไม่สนใจประโยชน์สุขของประชาชนและความสงบร่มเย็นของประเทศ
ขอประกาศว่ากลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำโดยผม จะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศเคลื่อนไหวต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้มข้น เบื้องต้นขอเชิญชวนคนไทยออกมาชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสน วันที่ 31 ต.ค. เวลา 18.00 น. จากนั้นจะร่วมกับข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า นักธุรกิจ และชาวไทยทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศและทั่วโลก ยกระดับการเคลื่อนไหวจนกว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะยอมยกเลิกร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว”
นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกทม.ของพรรค ลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคแล้ว เพื่อให้การเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนไม่เกี่ยวข้องกับพรรค แต่ยังไม่ลาออกจากการเป็นส.ส. เนื่องจากต้องใช้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่คัดค้านเรื่องนี้ โดยเฉพาะการอภิปรายในวาระ 2 และ 3 ส่วนการใช้สถานีรถไฟสามเสนเป็นสถานที่ชุมนุมนั้น เพราะอยู่นอกเขตการประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคง ส่วนจะชุมนุมต่อเนื่องอย่างไรก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ และจะหารือกับประชาชนว่าจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไร
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราจำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหวเพราะเสียงในสภาสู้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเคลื่อนไหวนอกสภาไม่ได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีอายุเกือบ 70 ปี มีสมาชิกกว่า 3 ล้านคน ถูกยกระดับให้เป็นสถาบันการเมือง ดังนั้นสมาชิกพรรคต่างหวงแหนพรรค และมีความกังวลว่ามีคนจะจ้องล้มพรรคโดยให้องค์กรอิสระดำเนินการ เพื่อตัดกังวลพวกตนจึงขอลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และให้พรรคทำงานในสถานะองค์กรต่อไป





