"อลงกรณ์"แจง การปฏิรูปปชป.13 ข้อ คาด ปลายปีเลือก กก.บห.ปชป.ชุดใหม่ ชี้จุดเปลี่ยนของพรรค จุดเปลี่ยนประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว "อลงกรณ์ พลบุตร" ว่า โครงสร้างพรรคประชาธิปัตย์ และการบริหารจัดการใหม่หลังการปฏิรูปพรรค คือ 1.ตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับร่างข้อบังคับใหม่เพื่อศึกษา ก่อนประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 29 พ.ย.หลังจากนั้นจะมีการประชุมใหญ่ปลาย ธ.ค. เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 2.โครงสร้างใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วยคณะกรรมการกลางพรรค,คณะกรรมการบริหารพรรค, คณะกรรมการปฏิบัติการพื้นที่, สมัชชาประชาชน, คณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการส่งเสริมประชาธิปไตย
3.สำนักงานใหญ่ของพรรคประกอบด้วย สำนักอำนวยการ, สำนักนโยบาย, สำนักยุทธศาสตร์และการสื่อสาร, สำนักระดมทุน, สำนักพัฒนาการมีส่วนร่วม, สำนักกิจการเยาวชน และสำนักหัวหน้าพรรค 4.แต่ละสำนักงานจะมี ผอ.เป็นนักบริหารมืออาชีพภายใต้การบริหารของ ผอ.พรรคในกำกับของเลขาธิการ ส่วนสำนักนโยบาย และสำนักยุทธศาสตร์ฯขึ้นตรงกับหัวหน้าพรรค 5.หัวหน้าพรรค และรองหัวหน้าพรรคทั้งรองภารกิจและรองหัวหน้าภาค มีสำนักอำนวยการหัวหน้าพรรคเป็นหน่วยสนับสนุนการทำงาน และมีหน่วยงานดูแลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
นายอลงกรณ์ โพสอีกว่า 6.การปฏิรูปโครงสร้างและระบบบริหารจัดการของพรรคครั้งนี้ เหมือนการรีเอ็นจิเนียริ่งก์เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น 7.โครงสร้างและระบบใหม่ทำให้มีสาขาพรรค และคณะกรรมการโซนครอบคลุม 375 เขตเลือกตั้ง ทำงานร่วมกับ ส.ส.และผู้สมัครของพรรคโดยมีนโยบายใหม่ๆนำเสนอพรรค 8.การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเห็นมิติใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ และนโยบายดีมีคุณภาพสำหรับประเทศและประชาชนพร้อมการบริหารแบบมืออาชีพทันสมัยฉับไวยึดมั่นประชาธิปไตย
9.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าเราเพิ่มได้อีก 60 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคใหญ่สุด โดย 15 ที่นั่งมาจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 45 ที่นั่งมาจากส.ส.เขต 10.เป็นเวลา 6 เดือนนับแต่การจุดประกายปฏิรูปพรรคผ่านการโต้แย้งถกเถียงจนถึงวันนี้ วันที่หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบเดินหน้าปฏิรูปพรรคอย่างจริงจัง 11.แนวทางการทำงานทางการเมืองรวมทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีใหม่จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งปลายปีนี้ 12.ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 เดือนนับจากนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นห้วงเวลาที่ท้าทายของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ ในการก้าวข้ามอดีตสู่อนาคตใหม่ และ13.จุดเปลี่ยนของพรรค จะก่อให้เกิดจุดเปลี่ยนของการเมืองไทยและสร้างจุดเปลี่ยนสำหรับประเทศไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ





