เสียงจากญาติเหยื่อสลายม็อบปี"53 นิรโทษกรรมเหมาเข่งไม่ใช่สมานฉันท์
ประเด็นการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้แก้ไขเนื้อหาร่างนิรโทษฉบับ"นายวรชัย เหมะ" ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และคณะ จากหลักการเดิม มีแค่ให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเท่านั้น
แต่จากมติดังกล่าวได้แก้ไขให้นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง โดยเฉพาะคดีที่ถูกดำเนินการหลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 และ นิรโทษให้กับแกนนำสีเสื้อต่างๆรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้กลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนรัฐบาล และ กลุ่มต่อต้านรัฐบาล แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดวานนี้ (21 ต.ค.)ที่โรงเเรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมืองปี53 จัดงานแถลงข่าวแสดงความไม่พอใจที่กมธ.นิรโทษกรรมแปรญัตติร่างกฎหมายให้ครอบคลุมถึงแกนนำผู้ชุมนุม
โดย นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือ "แม่น้องเกด" ประธานกลุ่มญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมืองปี53 เปิดเผยว่า ทางกลุ่มมีความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว ที่กมธ.ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมากมีเจตนาเอื้อประโยชน์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ดังนั้นการแก้ไขข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยฟังเสียงประชาชน
"กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า เพื่อจะได้พิสูจน์ความจริงทั้งหมด เพราะความจริงเท่านั้นที่จะนำพาสังคมโดยรวมกลับสู่ความสมานฉันท์ได้"
นางพะเยาว์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขร่างดังกล่าวทำให้สังคมสงสัยพรรคเพื่อไทยที่ถูกข้อครหาเรื่องการดำเนินการตามใบสั่ง จนเห็นประชาชนเป็นเพียงเบี้ยที่ใช้เดินเพื่อบรรลุผลและสมประโยชน์ทางการเมือง และการผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้มีผลบังคับใช้ตามเนื้อหาดังกล่าวยังเป็นการปิดกั้นโอกาสอันน้อยนิดในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในศาลอาญาระหว่างประเทศ (CIJ)จากการผ่านกฏหมายในประเทศอีกด้วย
จึงขอเสนอให้กมธ.ทั้งคณะนิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาเพราะประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วย เนื่องจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อปี2553 ที่มีการเสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้น บุคคลที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ถ้านิรโทษให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ หรือผู้สั่งการใดๆ แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐฯ กระบวนการยุติธรรมที่จะเดินหน้าต่อไปก็จบสิ้นทั้งหมด
"สิ่งที่อยากฝากไปถึงใครบางคน สิ่งที่สภายังดึงดันนิรโทษแบบเหมายกเข่ง บอกได้เลยทั้งสภา คุณจะกลายเป็นจำเลยของสังคม นายใหญ่อย่างพึ่งใจร้อน ใจเย็นๆอย่างพึ่งรีบกลับ คุณใจร้อนมากคุณพลาดไปหลายหนแล้ว ใจเย็นๆคุณเป็นรัฐบาลแล้ว" แม่น้องเกดกล่าว
ด้าน นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อปี53 ระบุว่า กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตได้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาเช่นกัน โดยมีหลายเรื่องที่แตกต่างจากร่างของนายวรชัย โดยมีเรื่องที่จำเป็นต้องต่อสู้ คือช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีกฏหมายอาญามาตรา112 ที่เราเห็นว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะล่าสุดศาลได้ยกฟ้องในกรณีดังกล่าวไปในหลายคดีเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง
ทั้งนี้ เป็นที่น่าเสียใจอย่างมากที่กมธ.ได้ปฏิเสธว่า คดี112ไม่ใช่คดีทางการเมือง หากกลับไปดูในรายละเอียดจะเห็นว่าทั้งหมดเป็นคดีทางการเมือง เป็นที่น่าตกใจในร่างพ.ร.บ.ทุกร่างแม้แต่ร่างของกลุ่มเราเอง ก็ลอกมาจากร่างรัฐธรรมนูญเพื่อลบล้างผลพวงรัฐประหารของคณะนิติราษฎร์
แต่ว่ากระบวนการนำมาใช้ถูกบิดเบือน เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก เนื่องจากร่างของนิติราษฎร์มีกระบวนการทำงานที่ต้องพิสูจน์ทราบความจริงจำนวนมากกลับกลายเป็นว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือที่จะนำมาร่างใหม่เพื่อออกมาเป็นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง
"เราเห็นว่าจะต้องให้สิทธิในการประกันตัวนักโทษการเมืองออกมาก่อนในระหว่างรอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สังคมคงต้องพูดคุยเรื่องนี้ โดยใช้ระยะเวลาพอสมควร มากกว่าจะมาหักด้ามพร้าด้วยเข่า ด้วยการผ่านร่างนี้ออกมามีผลบังคับใช้เพราะมันจะนำไปสู่ลูกระเบิดขนาดใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า"นายพันธ์ศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มญาติกลุ่มญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมืองปี53 รวมถึงผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ."ฉบับสุดซอย"เตรียมเดินขบวนไปยังรัฐสภาเพื่อพบคณะกรรมธิการโดยเฉพาะนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เพื่อสอบถามถึงสาเหตุในการแก้ไขข้อความในมาตรา3 ในวันพฤหัสบดีนี้ เวลา 11.00 น.





