กมธ.นิรโทษกรรมฯ เคาะมติแก้ไขวันเริ่มนิรโทษกรรม เป็นปี 47 เปิดเบื้องหลัง"อภิสิทธิ์"อยากให้คลุมเหตุการณ์กรือเซะ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน (พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้มีการลงมติที่ชัดเจน ในส่วนของจุดเริ่มต้นของการนิรโทษกรรมโดยสรุปร่วมกันว่าจะแก้ไขให้เริ่มการนิรโทษกรรมในปี 2547 จากร่างกฎหมายเดิมที่เสนอให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 หลังจากที่กรรมาธิการฯ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทยเสนอและที่ประชุมไม่มีผู้ใดคัดค้าน
นายชวลิต วิชยสุทธิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะเลขานุการกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ตามหลักการของการเสนอร่างกฎหมายควรกำหนดกรอบสิ้นสุดการนิรโทษกรรม จนถึงวันที่ 8 ส.ค. 56 คือ วันที่สภาฯรับหลักการแห่งร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เสนอให้ใช้เหตุการณ์เป็นตัวกำหนด และเสนอให้ครอบคลุมการถึงการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่แยกราชประสงค์ ทั้งนี้เพื่อความยุติธรรม ไม่2มาตรฐาน
ด้านนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอให้ครอบคลุมความผิดไปจนถึงวันที่กฎหมายลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ด้านนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าเหตุที่นายอภิสิทธิ์เสนอกรอบปี 2547 เพราะต้องการให้ครอบคลุมเหตุการณ์ที่มัสยิดกรือเซะในวันที่ 28 เมษายน 2547 ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง และก่อให้เป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ต่อมา
ขณะที่นายสงวน เปิดเผยว่า เหตุที่ให้เริ่มต้นปี 2547 เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางการเมือง เพราะมีการชุมนุมที่สนามหลวง โดยม็อบวิทยุคลื่น 92.75เอฟเอ็ม ของทีพีไอการชุมนุมดังกล่าวเป็นการต่อต้านรัฐบาล จึงนับว่าเป็นก้าวแรกของการชุมนุมที่นำไปสู่การรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 49





