"พล.ต.อ.วัชรพล" แถลงน้อมรับคำสั่งศาล เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552
จากกรณีที่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดออกนั่งบัลลังก์ ห้องพิจารณาคดีที่ 7 อ่านคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้เพิกถอนประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 โดยคดีนี้ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขณะนั้น ในฐานะผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คณะกรรมการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งระดับ รอง ผบ.ตร. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ในขณะนั้นกรณีเห็นชอบแต่งให้ พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผบ.ตร.ซึ่งมีความอาวุโสเป็นลำดับที่ 2 ขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร.แทนต่ำแหน่งที่ว่าง ซึ่งถือเป็นการแต่งตั้งข้ามลำดับศาลปกครองชั้นต้น จึงเห็นว่าการแต่งตั้งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น และให้มีการคืนสิทธิแก่ผู้ฟ้องคดี
ภายหลังผู้ถูกฟ้องทั้ง 4 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ศาลปกครองครองสูงสุดจึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น
ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /วันที่ 10 ต.ค. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง.ผบ.ตร.กล่าวเปิดเผยว่าตามที่มีคำพิพากษาของศาลตามที่ พล.ต.อ.ชลอ ชูวงศ์ รอง.ผบ.ตร. ยื่นร้องต่อศาล ตนเป็นบุคคลภายนอกได้รับผลกระทบ มีหลายคนถามว่าต้องถูกถอนเป็น พล.ต.ท.หรือไม่ โดยเมื่อ31 เม.ย.52 สตช.พิจารณาแต่งตั้ง รอง ผบ.ตร. และ ที่ปรึกษา (สบ.10) การพิจารณา มี พล.ต.ท.ชลอ ผช.ผบ.ตร.ได้รับการพิจารณาเป็น ที่ปรึกษา (สบ 10) ส่วนตนได้รับการพิจารณาเป็น รอง ผบ.ตร. ซึ่งกฏข้อบังคับของ ก.ตร.ว่าการพิจารณาจะต้องเรียงลำดับตามอาวุโส จากนั้น ทาง ตร.ได้ยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลปกครองสูงสุด เมือวันที่ 23 ก.ย.53 เมื่อศาลมีคำสั่ง ทาง ตร.ต้องน้อมรับและปฏิบัติตามคำพิพากษา





