วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลแจง3เหตุผลใช้พรบ.ความมั่นคง

รองโฆษกรัฐบาลเผย3เหตุผลประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคง หวั่นบุกรุกสถานที่ มีประชุมสภาและนายกฯจีนมาเยือน ย้ำนายกฯสั่งใช้หลักสากลดูแลผู้ชุมนุม

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังจากครม.ชุดเล็กมีมติให้ประกาศพื้นที่ความมั่นคงใน3เขต กทม.ว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และมีความห่วงใยในสถานการณ์ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเข้าใจเหตุผลความจำเป็นที่รัฐบาลต้องประกาศพ.ร.บ.มั่นคง พร้อมกับมอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ร่วมหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยนายกฯกำชับให้เจ้าหน้าที่เคารพสิทธิของผู้ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมให้ถูกต้องตามกฎหมายและตามหลักสากล โดยต้องดำเนินการอย่างละมุนละม่อม และใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก

รองโฆษกฯยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ชุมนุม โดยให้เหตุผลว่าการประกาศ พ.ร.บ. มั่นคง ครอบคลุมเพียงพื้นที่ 3 เขต รอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล รัฐสภาและเขตพระราชฐานเท่านั้น แต่ผู้ชุมนุมยังสามารถทำกิจกรรมในพื้นที่อื่นๆได้ แต่ต้องเคลื่อนไหวในกรอบของกฎหมาย และต้องเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมด้วย และหากภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ไม่มีสถานการณ์ใดๆ ที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลก็อาจยกเลิก พ.ร.บ.มั่นคง ก่อนวันที่ 18 ต.ค. ก็เป็นได้

"ส่วนกรณีที่บางฝ่ายสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงใช้กฎหมายความมั่นคง ทั้งๆที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนไม่มากนัก ขอเรียนว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ได้ประเมินจากพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมในอดีตแล้ว เห็นว่าควรต้องป้องปรามไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้ามาในสถานที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และเขตพระราชฐาน ซึ่งรัฐบาลจะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศ นอกจากนี้ การปิดถนนของผู้ชุมนุม ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนทั่วไป จึงขอให้ผู้ชุมโปรดเข้าใจเหตุผลของรัฐบาลด้วย"ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว

รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญในวันที่ 11 ต.ค. นี้ นาย หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อพบหารือทวิภาคี กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจและร่างความตกลงที่สำคัญหลายด้าน เช่น ด้านพลังงาน การศึกษาและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ ก็จะมีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่างนายกฯไทยและจีน เพื่อแสดงความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันด้วย ซึ่งจะเป็นการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน มี.ค. 56 ที่ผ่านมา ดังนั้นหากรัฐบาลไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ได้ อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลก ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ การปิดถนนของผู้ชุมนุมก็ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความเดือดร้อน ถือเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง ที่กระทบสิทธิของผู้อื่น และไม่อยู่ในกรอบของกฎหมายและระหว่างนี้ รัฐสภากำลังจะพิจารณากฎหมายสำคัญหลายฉบับ คาดว่าอาจมีการยกระดับการชุมนุมและอาจทำให้การปิดถนนต้องยืดเยื้อเป็นเวลานาน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด