ประชาธิปัตย์ อัดโรดโชว์แผนอนาคตประเทศ 2020 ไร้สาระ แถมนายกฯยังไม่ไปร่วมงาน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดโรดโชว์ "โครงการสร้างอนาคตไทย 2020" เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า รัฐบาลจัดงานดังกล่าวแห่งแรก ที่ จ.หนองคาย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปร่วมงาน ทำให้ประชาชนสับสนว่า นายกฯให้ความสำคัญกับงานนี้หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตในการจัดงานดังกล่าว ว่า ผู้จัดงานเป็นคนในวงการสื่อสารมวลชน ที่มีความสนิทสนมกับรัฐบาล มีการสั่งให้กระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวกในการจัดตั้งมวลชนเข้าร่วมงาน โดยสาระของงานไม่ได้เน้นให้ความรู้ แต่เน้นการสร้างภาพ ใช้การตลาดนำ ซึ่งจากการดูใบปลิวโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมงานนั้น พบว่า ที่ จ.หนองคาย มีการระบุจุดเด่นของงาน คือ การแสดงของศิลปิน ลาล่า ลูลู่ การแสดงดนตรี ดารา 7 สีสัญจร การทอล์คโชว์ ของนายจตุพล ชมพูนิช นักพูดชื่อดัง ขณะที่ จ.นครราชสีมา ได้เชิญชวนประชาชนให้ดูการแสดงของคณะตลก เท่ง เถิดเทิง และกิจกรรมดารา 7 สีสัญจร การกระทำเช่นนี้ ถือว่ารัฐบาลใช้การตลาด ใช้ความบันเทิงดึงดูดคน ให้เข้าร่วมรับชม แต่ไม่มีสาระที่ประชาชนควรได้รับ
ส่วนการที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม พูดที่ จ.หนองคาย ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะพัฒนาไปถึงอีสานเหนือนั้น เป็นการพูดความจริงไม่หมด เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงจะไม่ไปถึงหนองคาย ความจริงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนดแผนให้มีรถไฟความเร็วสูงไปถึง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางที่สำคัญ แต่รัฐบาลนี้กลับมาตัดเส้นทางนี้ออกไป จึงไม่อยากให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือ เพราะถ้าทำแบบนี้ เป็นใครก็คงจะยกมือเห็นชอบแผนงานของรัฐบาล ทั้งๆที่รัฐบาลไม่ได้ตอบคำถามที่ควรจะตอบ คือ 1.เหตุใดจึงไม่กู้ในระบบ ทั้งที่สามารถทำได้ 2.เหตุใดจึงปล่อยให้มีการทุจริตกันได้ง่าย โดยเฉพาะการยกเลิกการใช้ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และ 3.เหตุใดจึงไม่ระบุเส้นทางในการดำเนินการที่ชัดเจน ในแผนการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน และทำไมจึงตัดเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ออกไป ซึ่ง 3 ประเด็นนี้ ควรอยู่ในแผ่นพับ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน แต่กลับมีแต่สาระความบันเทิง อย่าเอาการตลาดนำการเมือง เพราะไม่ใช่การจัดโปรโมชั่นขายบ้าน ขายโทรศัพท์มือถือ จึงต้องจัดมโหรสพ หรือการเอาการแสดงมาบังหน้า เพื่อปิดหูปิดตาประชาชน





