ศาลอาญาใต้มีคำสั่งไต่สวนศพนปช.สำนวนที่11"จรูญ-สยาม"2แนวร่วมแดงถูกกระสุนจากฝั่งจนท.เสียชีวิต10เม.ย.53ขอคืนพื้นที่ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ศาลอ่านคำสั่งการชันสูตรศพการเสียชีวิตของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สำนวนที่ 11 คดีหมายเลขดำ ช.13/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ นายจรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี และนายสยาม วัฒนนุกูล อายุ 52 ปี แนวร่วม นปช. ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ช่วงที่รัฐบาลขอคืนพื้นที่การชุมนุมจาก นปช. ในยุคที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกนปช.กดดันให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีประจักษ์พยาน 4 ปาก ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ต่างเบิกความยืนยันว่า เห็นประกายไฟจากกระบอกปืนและได้ยินเสียงปืนจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งถอยร่นจากแนวป้องกัน หน้าร.ร.สตรีวิทยา ไปซอยข้างวัดบวรนิเวศ ใกล้สี่แยกสะพานวันชาติ โดยขณะนั้นประจักษ์พยานเห็น ผู้ตายทั้งสอง ล้มลงที่บริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยา จึงเชื่อว่าพยานทั้งสี่ เบิกความไปตามความจริงที่ได้รู้เห็นมา ประกอบกับแพทย์จากนิติเวชที่ชันสูตรศพยืนยันว่านายจรูญ ถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลกลาง สาเหตุจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูง เมื่อตรวจสอบพบเศษลูกกระสุนปืน เศษตะกั่ว เศษเหล็กในศพ ส่วนนายสยาม เสียชีวิตระหว่างนำตัวส่ง รพ.กลาง สาเหตุเสียชีวิต จากการถูกยิงด้วยกระสุนปืน ตรวจพบเศษตะกั่วในศพ
ประกอบกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนยืนยันว่า เศษลูกกระสุนปืนที่พบในศพ เป็นอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ใช้ในวันเกิดเหตุ และแม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเศษตะกั่วที่พบในศพผู้ตายที่ 2 มีขนาดเท่าใดก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ตายทั้งสองอยู่ในบริเวณเดียวกันและล้มลงในช่วงระหว่างที่เจ้าพนักงานใช้อาวุธปืนยิงมาทางผู้ชุมนุมที่ติดตามเข้าไป จึงเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองถูกกระสุนปืนที่ยิงมาจากบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ คำเบิกความของพยาน ยังสอดคล้องกับผู้ตรวจวิถีกระสุนในบริเวณที่เกิดเหตุ จึงเชื่อได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้น มีวิถีกระสุนปืนที่ยิงมากจากฝ่ายเจ้าเจ้าพนักงานที่ แต่พยานของผู้ร้องทั้งหมดที่นำสืบมา ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ
จึงมีคำสั่งว่านายจรูญ ถึงแก่ความตายที่รพ.กลาง เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 เวลา 22.00 น เนื่องมาจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงที่ทรวงอก ทำลายปอดและตับ
ส่วนนายสยาม ถึงแก่ความตายขณะนำส่ง รพ.กลาง จากบริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ถ.ดินสอ เมื่อวันที่ 10-11 เม.ย.53 เนื่องมาจากถูกยิงด้วยกระสุนปืนที่ด้านหลังทะลุทรวงอก ทำลายหลอดเลือดแดงใหญ่ช่องอก และเสียโลหิตปริมาณมาก ซึ่งกระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้น มาจากฝ่ายเจ้าพนักงานที่ถอยร่นจากแนวป้องกันบริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยาไป ที่บริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศ ใกล้แยกสะพานวันชาติ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ
ภายหลังศาลมีคำสั่งแล้ว ญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน กล่าวว่า คำสั่งศาลวันนี้เป็นไปอย่างยุติธรรมที่สุด ซึ่งหลังจากที่ศาลมีคำสั่งชัดเจนแล้ว อยากเห็นผู้ที่กระทำผิดรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของนายจรูญ และสยาม ถือเป็นสำนวนไต่สวนหาสาเหตุการ ลำดับที่ 11 ที่ศาลมีคำสั่ง โดยก่อนหน้านี้ 10 สำนวนที่ศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งแล้ว ประกอบด้วย นายพัน คำกอง , ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ , นายมานะ อาจราญ , พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ , นายชาติชาย ชาเหลา , นายบุญมี เริ่มสุข , นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง , นายชาญณรงค์ พลศรีลา , นายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี และผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนาราม





