ประชาธิปัตย์ประกาศยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ตั้งเป้ากวาดปาร์ตี้ลิสต์ภาคใต้
เมื่อเวลา13.45 น.ที่โรงแรมซากุระ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการสาขาพรรค เจ้าหน้าที่พรรค และคณะทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมรับฟังหลายร้อยคน ซึ่งเดิมแกนนำและส.ส.ของพรรค จะเดินทางมาร่วมสัมมนาด้วย แต่ติดภารกิจการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มา ส.ว. โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ซึ่งจะต้องบรรยายในหัวข้อ "บทบาทของสาขาพรรคในการนำพรรคสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไป" ทำให้นายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ. สงขลา รองเลขาธิการพรรคในฐานะประธานคณะทำงานเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพสาขาพรรค บรรยายแทน
นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต่างติดภารกิจอยู่ที่รัฐสภา สมาชิกทุกคนจึงเห็นแล้วว่าบ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่ปกติจากการที่รัฐสภาดึงดันผ่านกฎหมายร้อน จึงยากคาดเดาสถานการณ์ เราจึงต้องนับถอยหลังเตรียมวางแผนเลือกตั้งล่วงหน้าได้แล้วโดยอย่าประมาท ถ้าตำบลใด เขตไหน ที่เป็นจุดอ่อนของพรรคก็ต้องปรับแก้ ส่วนพื้นที่ใดที่มี ส.ส.ในพื้นที่อยู่แล้วก็ให้กระชับความสัมพันธ์กัน กระชับฐานที่มั่นเอาไว้ให้ดี คนใดที่ผิดใจกันให้เลิกขัดเคืองใจกันและรวมพลังเอาผลประโยชน์พรรคเป็นหลักเพื่อนำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งให้ได้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า สำคัญที่สุดเราต้องยึดฐานที่มั่นในพื้นที่ภาคใต้ไว้ให้ได้ โดยเฉพาะการได้คะแนนเสียงในระบบปาร์ตี้ลิสต์ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วเราได้ประมาณ 3 ล้านเสียง ครั้งหน้าเราต้องให้ได้ถึง 5 ล้านเสียงเพื่อให้ได้ ส.ส.ในระบบปาตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นจากเดิม ส่วนส.ส.เขตนั้นในภาคใต้ก็ต้องพยายามกวาดที่นั่งให้ได้ทั้งหมด โดยมีพื้นที่ี่ที่เสียที่นั่งให้พรรคการเมืองอื่นเราก็ต้องพยามให้มากขึ้น สำหรับพื้นที่้ภาคกลางพรรคไม่ห่วงและคิดว่ามีแนวโน้มจะได้เพิ่มขึ้นอีก ดูได้จากพื้นที่เสื้อแดงอย่างจ.ปทุมธานี และพื้นที่เขตดอนเมือง กทม. เราก็ได้ปักธงในพื้นที่ ขณะที่ี่พื้นที่่ภาคอีสานนั้นก็มีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้เป็นเพราะยุทธศาสตร์การเปิดเวทีผ่าความจริง ซึ่งมีประชาชนเข้ามาร่วมรับฟังมากขึ้น
"จากนีั้สาขาพรรคจะต้องเร่งหาสมาชิกพรรคละดึงคนรุ่นใหม่ไฟแรง จบการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ให้เข้ามาร่วมทำงานกับพรรคมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนยุทธ์ศาสตร์ของพรรค และเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น ผมเชื่อว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้รัฐบาลจะแพ้ภัยตัวเอง"นายนิพนธ์ กล่าว





