สภาเดือด"สมศักดิ์"ไม่ฟังเสียงค้าน สั่งเดินหน้าโหวตลงมติวาระ 3
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาลงมติในวาระที่ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 115มาตรา 116 วรรคสอง มาตรา 117 มาตรา 118 มาตรา 120 และมาตรา 241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113 และมาตรา 114) โดยมีนายสมศักดิ์ เกรียติสุรนนท์ เป็นประธานในที่ประชุม
เมื่อเปิดประชุมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)ได้ขอใช้สิทธิหารือก่อนการลงมติ โดยระบุถึงการที่เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 2 สั่งรับคำร้องของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา กับพวก และคำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 68 ว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กับพวกรวม 310 คน กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ ในกรณีที่ นายนิคม ไวยรัชพานิช ในฐานะรองประธานรัฐสภา กับพวกรวม 309 คน ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่....พ.ศ....ในประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.รวมถึงเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญยังได้รับคำร้องของ ของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และคณะส.ว.ในกรณีนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเห็นว่า สภาฯไม่ควรลงมติวาระ 3 และควรรอการวินิจฉัยจากศาลก่อน แต่ก็ถูก ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยประท้วงอยู่ตลอดเวลา จนสุดท้ายนายสมศักดิ์ ตัดสินใจเดินหน้าลงมติวาระ 3 ทันทีโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของทางฝ่ายค้าน
น.ส.ทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหา ได้เสนอญัตติขอให้ที่ประชุมเลื่อนการพิจารณาวาระที่ 3 ออกไปก่อนเนื่องจากยังมีการยื่นตีความในเรื่องนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ เพราะฉะนั้นควรที่จะชะลอการลงมติออกไปก่อน เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่นายสมศักดิ์ ระบุว่า สภาเข้าสู่วาระการพิจารณาแล้วเพราะฉะนั้นจะเสนอญัตติเลื่อนลงมติวาระ 3 ไม่ได้ และตนดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยขอให้สมาชิกช่วยรักษามารยาทด้วย
หลังจากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านก็ได้ตะโกนต่อว่านายสมศักดิ์ว่า "ไม่มีศักดิ์ศรี"และ"เผด็จการ" จากนั้นนายสมศักดิ์ได้ตัดบทเข้าสู่การขานชื่อลงมติทันที
ต่อมาเมื่อเวลา 10.50 น. เมื่อเลขาธิการสภา ได้ขานชื่อสมาชิกที่ละคน ปรากฏว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และส.ว.สรรหาได้วอล์คเอ้าท์ออกจากห้องประชุมทันที ขณะเดียวกัน นายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำพวงหรีดมาให้นายสมศักดิ์ ที่บริเวณหน้าบังลังก์ แต่นายสมศักดิ์ ก็ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำพวงหรีดดังกล่าวออกไปทันที





