"ไพบูลย์"ยื่นค้านแก้รธน.ที่มาส.ว.วาระ3ทันทีหลังโหวตวาระสาม วัดใจประธานรัฐสภาส่งความเห็นให้ศาลรธน.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในกลุ่ม 40 ส.ว. เปิดเผยถึงกระบวนการยื่นเรื่องต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เพื่อให้เสนอความเห็นต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่ว่าด้วยที่มาส.ว. มีความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และส่งความเห็นดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณและแจ้งไปยังนายกฯให้รับทราบโดยไม่ชักช้า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154(1) ว่า จะดำเนินการในวินาทีหลังจากที่รัฐสภามีการลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม ในวันที่ 28 ก.ย. โดยล่าสุดได้มีสมาชิกรัฐสภาลงชื่อครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 154(1) กำหนด คือไม่น้อยกว่า 1ใน 10 หรือ ไม่น้อยกว่า 65 คน ส่วนหนังสือที่เตรียมยื่น ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเช่นกัน เบื้องต้นในเนื้อหาสาระของหนังสือส่วนของส.ว. จะมีทั้งหมด 9 ประเด็น โดย 4 ประเด็นแรก เป็นเรื่องของสาระของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีขัดและแย้งกับมาตราอื่นในรัฐธรรมนูญ เช่น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วรรคสอง ที่ระบุว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะกระทำมิได้ เป็นต้น และ 5 ประเด็นหลัง จะเป็นเรื่องของกระบวนการตราร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มิชอบ ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมดตนจะขอเปิดเผยกับสื่อมวลชนหลังจากที่ยื่นเรื่องให้กับประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว
"การยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา แม้จะเป็นวันหยุดราชการ ก็ไม่มีปัญหา เพราะวันดังกล่าวมีการประชุมรัฐสภา ดังนั้นข้าราชการต้องมาทำงาน และหากประธานรัฐสภา ไม่ได้มารับหนังสือด้วยตนเองสามารถส่งตัวแทนมาได้ เพราะการยื่นเรื่องนี้ สำคัญอยู่ที่การลงเลขรับหนังสือไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของบุคคลที่มารับเรื่อง"นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่าการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154(1) จะไม่ทำให้เกิดความลำบากในการตัดสินใจของนายกฯ ที่จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ภายใน 20 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 150 กำหนด เนื่องจากการกำหนดเงื่อนไข 20 วันนั้นเป็นภาวะการออกกฎหมายที่ไม่มีปัญห
ด้านนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า การใช้รัฐธรรมูญ มาตรา 154(1) เชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นทางที่ป้องกันไม่ให้นายกฯ ตกที่นั่งลำบาก แต่หลังจากที่มีการยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาแล้ว ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานรัฐสภาว่าจะมีความเห็นอย่างไร เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 154(1) เปิดช่องให้แค่ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งจะนำมาเทียบเคียงกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ต้องให้ประธานรัฐสภาตัดสินใจ อย่างไรก็ตามการใช้ช่องทางของรัฐธรรมนูญ มาตรา 154(1) จะไม่เกี่ยวข้องกับการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ทั้งนี้การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทราบว่ามีอยู่ 2-3สำนวนแล้ว ดังนั้นการพิจารณาเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน





