เพื่อไทยวอนประชาธิปัตย์ อภิปรายแถลงผลงานรัฐบาล1ปีอย่างสร้างสรรค์ ยันไม่ขัดรธน.
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงหลังการประชุม สส.พรรค ว่า ที่ประชุมได้กำชับให้สมาชิกพรรคงดภารกิจลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24-28ก.ย.เพื่อเข้าร่วมการประชุมสภาเพื่อรับทราบรายงานการแถลงผลงานรัฐบาลในวันที่ 24 ก.ย.ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป และวันที่ 25 ก.ย.ตั้งแต่เวลา 09.00-13.00 น.โดยแบ่งเวลาการอภิปรายให้ฝ่ายค้านใช้เวลา 10 ชม.และฝ่ายรัฐบาลเวลา 7 ชั่วโมง โดยในวันที่ 26 ก.ย.จะมีการประชุมสภาวาระปกติ จากนั้นวันที่ 28 ก.ย.จะประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่มา สว.เพื่อลงมติในวาระ 3
เขากล่าวอีกว่าทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิก ให้ควบคุมการอภิปรายเหมือนการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทที่ผ่านมาที่มีภาพรวมดี ประชาชนให้ความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตามทราบว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจะให้การอภิปรายในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ไม่ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจย่อยรัฐบาล จึงอยากเรียนไปยังนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ อยู่ในกรอบประเด็น และไม่พาดพิงบุคคลอื่น อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยจะควบคุมสมาชิกไม่ให้มีการประท้วงมาก เพราะการประท้วงจะนับเวลารวมกับการอภิปราย ทั้งนี้จะไม่ให้เกิดภาพในอดีตที่มีการขว้างเก้าอี้ ขว้างปาเอกสาร และใช้วาจาที่ไม่สุภาพ อย่างไรก็ตามการแถลงผลงานในวันที่ 24 ก.ย.นี้ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 วิทยุด้วย
อย่างไรก็ตามที่ประชุมพรรคเห็นว่า การแถลงผลงานของรัฐบาลล่าช้าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่มีการตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ เพราะหากย้อนดูการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีความล่าช้าแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่แถลงนโยบายต่อสภาเมื่อครั้งบริหารงานรัฐบาลในวันที่ 30 ธ.ค.2551 แต่กลับมีการแถลงผลงานผลงานในวันที่ 24-25ก.พ.2554 ถือว่าเกินระยะเวลา 1 ปีที่กำหนดไว้เช่นกัน และยืนยันว่ารัฐบาลนี้ ให้เวลากับฝ่ายค้านมากที่สุด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้แสดงความห่วงใยถึงพี่น้องประชาน ที่ประสบอุกภัย ทั้งภาคอีสาน กลางและเหนือ และได้รวมรวบความเดือดร้อน ส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และหลายพื้นที่ยังต้องการเครื่องยังชีพ และห่วงเรื่องโรคภัยที่มาทางน้ำ จึงประสานรัฐมนตรีสาธารสุขต่อไป ซึ่งตัวแทนรัฐบาลก็รับเรื่องไปและแจ้งว่านายกฯ สั่งการทุกกระทรวงทบวงกรม ให้บูรณาการในการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน และมีมาตราการช่วยเหลือ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาวต่อไป ระหว่างรอพ.ร.บ.บริหารแผนบริหารจัดการน้ำ





