วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งจำหน่ายคดี'เกริกเกียรติ'ยักยอกบีบีซี

ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดี"เกริกเกียรติ"ยักยอกบีบีซี สำนวนที่ 8 "เอกชัย"อดีตผู้ช่วย ยืนยกฟ้อง

ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดียักยอกทรัพย์ บีบีซี สำนวนที่ 8 คดีหมายเลขดำ อ.7251/2543 ที่อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร และธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด ( มหาชน ) หรือบีบีซี ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี , นายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วย กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี , บริษัท ซัพพอร์ต ซิสเต้มส์ จำกัด โดยนายจิตตสร ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งอดีตเป็น รอง ผอ.สำนักงานกรรมการการผู้จัดการใหญ่ บีบีซี และ นายรังสรรค์ ปิยะวงศ์ภิญโญ กรรมการบริษัทในเครือข่ายของ นายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ กก.ผจก.ใหญ่ บีบีซี เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 , ผู้ใดรับมอบทรัพย์สินให้จัดการทรัพย์สิน กระทำผิดหน้าที่ของตนเองโดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย มาตรา 353 , กระทำผิดในฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 307 , 308 , 309 , 311 และ 313 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 86 กรณี เมื่อระหว่างปี 2538 -2539 นายเกริกเกียรติ กับพวก และนายราเกซ สักเสนา เป็นที่ปรึกษาของนายเกริกเกียรติ กก.ผจก.ใหญ่ ได้ร่วมกันพิจารณาอนุมัติสินเชื่อวงเงินเกินบัญชี ให้กับบริษัท ซัพพอร์ต ซิสเต้มส์ จำกัด ที่ไม่มีการทำสัญญาใด ๆ โดยอ้างว่านำเงินไปชำระหนี้แทนบริษัทในเครือข่ายของนายราเกซ ที่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน บีบีซี โจทก์ร่วม อีกทั้งยังอนุมัติขยายวงเงินและขยายเวลา ชำระเงินกู้โดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ(บอร์ด) บีบีซี ซึ่งฝ่าฝืนประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) ทำให้ บีบีซี ได้รับความเสียหายกว่า 2,000 พันล้านบาท

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 3 ก.ย.5 ให้จำคุกนายเกริกเกียรติ รวม 6 กระทง 35 ปี แต่เมื่อเรียงกระทงลงโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดได้เป็นเวลา 20 ปี และปรับ 4,950,507,947.86 บาท โดยให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญายักยอกทรัพย์บีบีซี ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อปี 2548 แล้วรวม 3 คดี และคดีอาญายักยอกทรัพย์บีบีซี ที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อปี 2548 และ ปี 2550 แล้วรวม 3 คดี และให้ปรับ บริษัท ซัพพอร์ต ฯ จำเลยที่ 3 รวม 6 ล้านบาท โดยให้จำเลยที่ 1 และ 3 ร่วมกันชดใช้เงินคืนให้ บีบีซี รวมทั้งสิ้น 2,475,253,993.93 บาท

สำหรับนาย รังสรรค์ จำเลยที่ 4 ให้จำคุก 4 กระทง รวม 12 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้ 1ใน 4 คงจำคุก 9 ปี ขณะที่นายเอกชัย จำเลยที่ 2 ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย พิพากษายกฟ้อง

ต่อมาโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว เห็นว่า นายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 และนายรังสรรค์ จำเลยที่ 4 เสียชีวิตแล้ว จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ส่วนบริษัท ซัพพอร์ต ฯ จำเลยที่ 3 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 -354 แต่ให้ปรับ ตามความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 315 ประกอบ มาตรา 307 รวม 6 กระทงๆ ละ 1 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท นอกจากที่พิพากษาแก้ ส่วนอื่นให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น

ภายหลังนายเอกชัย จำเลยที่ 2 กล่าวว่า คดีที่ถูกฟ้องมีนับ 10 คดี ส่วนคดีนี้ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ก็ไม่อาจฎีกาต่อได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีที่ นายเกริกเกียรติ ตกเป็นจำเลยคดี ยักยอกทรัพย์ บีบีซี ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว แยกเป็นคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเกริกเกียรติ รวม 3 สำนวนเป็นเวลา 30 ปี พร้อมให้ปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 3,208,331,600 บาท และคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องนายเกริกเกียรติและนายเอกชัย อธิคมนันทะ อดีตผู้ช่วย กก.ผู้จัดการใหญ่ อีก 1 สำนวนในความผิดฐานร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการร่วมกันอนุมัติสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายเดิมที่บีบีซีเคยอนุมัติวงเงินไปแล้ว ที่ส่งผล ธ.บีบีซีได้รับความเสียหายเป็นกว่า 9,000 ล้านบาท เนื่องจากคดีขาดอายุความ และคดีที่ศาลอาญา มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเกริกเกียรติ อีก 3 สำนวน รวม 60 ปี พร้อมปรับ 472,122,946.02 เหรียญสหรัฐ และปรับเป็นเงินไทย จำนวน 1,157,244,186.28 บาท รวมทั้งให้คืนเงินบีบีซี โจทก์ร่วม อีกจำนวน 767,378,376.04 บาท โดยมีคดีหมายเลขดำ ด.10764 /2542 อีก 1

สำนวน ที่ศาลอาญา พิพากษา ยกฟ้องนายเกริกเกียรติ และนายเอกชัย จำเลยที่ 1-2 กรณีร่วมกันใช้บัตรพิเศษ อนุมัติสินเชื่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้กับนิติบุคคลต่างๆ ในวงเงินเกิน 30 ล้านบาท โดยฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

ขณะที่รวมโทษจำคุกนายเกริกเกียรติทั้ง 6 สำนวนแล้วนับเป็นเวลาทั้งสิ้น 90 ปี ส่วนนายเกริกเกียรติ ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 20 ต.ค.55 ที่ผ่านมา ด้วยวัย 63 ปี จากอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด