วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.สส.เมียนมาร์แจงไทยมั่นใจโครงการทวาย

"พล.อ.มิ้น อ่อง ไหล่"เข้าคาราวะนายกฯ ระบุทหารลดบทบาทส่งต่ออำนาจให้ประชาชน ยันวันนี้พม่าเป็น ประชาธิปไตยแล้ว เชื่อมั่นสร้างโครงการทวาย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมให้การต้อนรับพล.อ.มิ้น อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังว่า ผบ.สส.ของเมียนมาร์ แสดงความยินดีที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สอง พร้อมระบุว่า ไทย-เมียนมาร์มีพรมแดนทั้งบก-น้ำ-อากาศติดกันยาวมาก และมีสัมพันธ์แน่นแฟ้น ขณะนี้ความสัมพันธ์อยู่ในระดับที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีการแนะนำผู้นำกองทัพรุ่นใหม่ให้รู้จักกันและด้วยพรมแดนที่ติดกัน การร่วมมือที่จริงจังและจริงใจจึงมีความสำคัญ เพราะผลประโยชน์ของเมียนมาร์ก็คือผลประโยชน์ของไทย ในส่วนของประธานาธิบดีเต็งเส่ง เห็นความสำคัญของท่าเรือน้ำลึกทวายจึงอยากร่วมมือกับไทยในการร่วมมือพัฒนาให้เกิดเป็นผลสำเร็จ และขอเชิญชวนประเทศไทยและนักลงทุนไทยไปลงทุนในเมียนมาร์ โดยขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกแน่นอน "เมื่อขณะนี้สองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ก็น่าจะมาปักปันเขตแดนระหว่างกันให้เสร็จ เพราะถึงขณะนี้ทำได้เพียง 50 กิโลเมตร"

พล.อ.มิ้น อ่อง ไหล่ กล่าวยอมรับว่าปัญหาใหญ่ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ ขณะนี้คือยาเสพติด กองทัพ 2 ประเทศแก้ปัญหาไม่ได้้ ต้องอาศัยกระทรวงมหาดไทย 2 ประเทศร่วมมือในการแกไขปัญหาทั้งนี้ ต้องขอบคุณแทนรัฐบาล กองทัพ และประชาชนพม่าที่ไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยและประเทศเมียนมาร์

ผบ.สส.เมียนมาร์ กล่าวว่า ขณะนี้เมียนมาร์อยู่ระหว่างการเจรจาสงบศึกกับชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในประเทศ ขณะนี้ได้เริ่มมีการเจรจาแล้วโดยขอให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน เพื่อร่วมกันในการพิจารณาประเทศ ทางกองทัพเห็นว่าการใช้กำลัง เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นกองกำลังและชนกลุ่มน้อยก็ไม่ควรจะจับอาวุธเข้ามาต่อสู้กัน และแม้ทหารจะเคยครองอำนาจในเมียนมาร์มาก่อน แต่เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว ก็ได้มอบอำนาจทั้งหมดให้กับประชาชน และทหารก็ได้ลดบทบาทลง

นายธีรัตถ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณผบ.สส.เมียนมาร์ ในความร่วมมือดันอย่างดีระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศทำให้ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ รัฐบาลไทยอยากเห็นการพัฒนาพื้นที่ชายแดน การปลูกพืชเศรษฐกิจร่วมกัน ถือเป็นการร่วมมือส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการค้าชายแดน ดังนั้นเพื่อความราบรื่นกองทัพของทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันในการดูแลความสงบเรียบร้อย

นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมที่เมียนมาร์มีเจตนารมย์ที่แน่วแน่ในการบริหารประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตย มีเจตนารมย์ที่แน่วแน่ในการบริหารประเทศด้วยระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นความสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลก ซึ่งต้องขอชื่นชม ทั้งผบ.สส.และรัฐบาลเมียนมาร์ที่ได้แสดงเจตนารมย์อย่างชัดเจนในพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศ ทั้ง2 ประเทศต้องร่วมมือกันในการสร้างความมั่นใจในการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนโดยเฉพาะท่าเรือทวายซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่มาก ถ้าประสบความสำเร็จจะยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับ 2 ประเทศ และเห็นด้วยกับ ผบ.สส.เมียนมาร์ที่ควรมีกันปักปันเขตแดน เพื่อทำให้เกิดความชัดเจน จึงขอฝากกองทัพทั้งสองประเทศแก้ปัญหาและพร้อมให้ กระทรวงมหาดไทยร่วมแก้ปัญหายาเสพติด