กรรมาธิการตำรวจสอบสลายม็อบสวนยางนครศรีฯ ตำรวจยันไม่มีคำสั่ง
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมของนายนิรัดร์ ศรีรุ่ง นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะแนวร่วมลูกหลานเกษตรกรกับคณะ ขอให้ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าทีี่ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช กรณี ใช้กำลังเข้าสลายผู้ชุมนุมกลุ่มเกษตรกรสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย โดยได้มี ดร.อภิชาติ การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และร.ต.ท.สุนันท์ ช่วยเกิด รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าชี้แจง
โดยว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน กล่าวว่า ตนไม่ทราบก่อนว่าจะชี้แจงประเด็นไหนบ้าง บางเรื่องอาจตอบไม่ได้ชัดเจนนัก ทั้งนี้ขอยืนยันว่าผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชไม่ได้มีการสั่งสลายการชุมนุม ส่วนเรื่องที่มีการกล่าวกันว่าผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราเป็นหน้ากากขาวนั้น ตนไม่ทราบมาก่อน อย่างไรก็ตามตนเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ การชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ สามารถทำได้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมาย กระทบต่อสาธารณะ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จึงอยากให้แยกแยะระหว่างความเดือดร้อน และการชุมนุมที่ละเมิดต่อสาธารณะ ละเมิดต่อกฎหมาย พร้อมขอปฏิเสธย้ำว่าไม่มีคำสั่งสลายชุมนุมแต่อย่างใด
ขณะที่ดร.อภิชาติ กล่าวว่า ขอลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเพื่อให้เข้าใจตรงกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.เป็นการรวมตัวกลุ่มเล็กๆ ซึ่งบริเวณที่รวมตัวก็ได้มีกลุ่มหน้ากากขาวนัดชุมนุมกันทุกวันอาทิตย์ และต่อมาในวันที่ 3 ส.ค.เริ่มมีผู้ชุมนุมมากขึ้นและขยับมาอยู่บนถนนแล้ว โดยตนก็ได้ให้ผู้ช่วยช่วยในการประสานงานกับคนในพื้นที่จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องหน้ากากขาวเป็นเรื่องเล็กที่แทรกเข้ามา และต่อมาผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชก็ได้ไปรับเรื่อง และรับปากว่าจะให้คำตอบในวันที่ 19 ส.ค. แต่ผู้ว่าฯก็ไม่ได้เดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเอง ซึ่งคำตอบจะได้หรือไม่ ต้องเข้ามาให้คำตอบ จึงเป็นจุดที่ทำให้เกิดว่า ผู้ว่าฯมารับเรื่องแต่ไม่สามารถให้คำตอบได้ จึงมีการจัดทำใบปลิวเชิญชวนประชาชนชาวเกษตรกรให้มาชุมนุมในวันที่ 23 ส.ค.และต่อเนื่องมาตลอด อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการเมืองอยูู่เบื้องหลัง ส่วนเรื่องสื่อมวลชนที่เป็นปัญหา เพราะสื่อที่เข้าไปเสนอข่าวแต่กลับเสนอข่าวเล็กไปกลบเรื่องใหญ่ และส่วนเรื่องที่เหลือสื่อมวลชนเฉพาะบลูสกาย และทีนิวส์ได้เท่านั้น เป็นเพราะที่เหลือผู้ชุมนุมเห็นว่าเสนอข่าวไม่เป็นประโยชน์แก่ผู้ชุมนุม
ส่วนพล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่เคยมีคำสั่งสลายชุมนุม เป็นเพียงข่าวลือ รวมทั้งไม่มีการออกหมายจับหรือขอคำสั่งจากศาลเพื่อออกหมายจับ ส.ส.แต่อย่างใด สำหรับมาตรการจากนี้จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า โดยได้ตั้งด่านห่างผู้ชุมนุมในระยะ 10 กม. ป้องกันการยั่วยุ และทฤษฎีคุมฝูงชนทั้งหมดใช้ไม่ได้ ต้องยึดหลักเจรจาเท่านั้น ส่วนกรณีหน้ากากขาวยอมรับว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต่อมาได้แก้ไขเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้เรารับคดีที่ร้องเรียนและส่งให้ป.ป.ท.ตรวจสอบเพราะเป็นคดีข้าราชการ ซึ่งขณะนี้เราทำกรอบระเบียบวินัยและอาญาแล้ว ส่วนที่ตนพูดว่าเลิกชุมนุมเถอะ ชุมนุมไปก็ไม่ได้ราคาตามที่เรียกร้อง เพราะตนต้องการโน้มน้าวให้เลิกปิดถนน เพราะการปิดถนนเสี่ยงผิดกฏหมาย ทั้งยังส่งผลให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ขณะที่ร.ต.ท.สุนันท์ ชี้แจงว่า ตนได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาการให้ไปถ่ายภาพเหตุการณ์การชุมนุม เพราะกลัวว่าจะมีเหตุการณ์ที่รุนแรง ซึ่งตนก็ถ่ายทั้งวัน จนไปถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ปรากฏในคลิปวีดีโอ ตนขอยืนยันว่าเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุไม่ได้โดนตัวบุคคลเลย แค่ไปยิบเหล็กแหลมของผู้ชุมนุม เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะโดนทำร้าย





