ผู้ตรวจฯยุติสอบปมโครงการรับจำนำข้าวเหตุไม่มีอำนาจส่งศาลวินิจฉัย ระบุพบส่อทุจริตทำหนังสือแจ้งนายกฯปรับนโยบาย แนะใช้ประกันรายได้ช่วยเหลือชาวนา
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานผู้ตรวจการเแผ่นดินว่า นายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษก และรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึง ผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีที่นายวรา จันทร์มณี และคณะเครือข่ายหยุดผูกขาดตลาดข้าว และกรณีนายปราโมทย์ วานิชานนท์ และคณะ ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้พิจารณาตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล และมติคณะรัฐมนตรีในการดำเนินโครงการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีพฤติการณ์ส่อทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในประเทศ จึงขอให้ผู้ตรวจการฯ เสนอเรื่องและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง เพื่อวินิฉัยต่อไป
นายรักษเกชา กล่าวว่า นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับผิดชอบตรวจสอบเรื่องนี้ได้พิจารณาตามพยานหลักฐานและเห็นว่า มติคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2554 มิใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมติของคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบตามนโยบายรับจำนำข้าวเปลือก เป็นการใช้อำนาจในฐานะรัฐบาล มิใช่ปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น ตามมาตรา 13 (1) (ก) แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552 จึงไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการฯ ที่จะเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ตามมาตรา 14 (1) (2) แห่งพ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน ประกอบกับประเด็นประเด็นก็อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดังนั้น ผู้ตรวจการฯ จึงให้ยุติการพิจารณาตามมาตรา 29 (1) แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2552
นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า แม้ว่าผู้ตรวจการฯจะยุติการพิจารณาประเด็นดังกล่าว แต่พบว่านโยบายยังมีปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้อง ดังนั้นเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) เพื่อพิจารณานโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2556/2557ดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาใช้นโยบายประกันรายได้มาช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง เนื่องจากวิธีการรับจำนำข้าวเปลือกได้เกิดปัญหา เช่น บิดเบือนกลไกตลาด มีข้าวค้างอยู่ในคลังเป็นจำนวนมาก รวมทั้งข้าวที่เก็บไว้ในคลังเสื่อมคุณภาพ เพราะระบายไม่ทัน ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ และมีปัญหาการทุจริตในทุกขั้นตอน เอื้อประโยชน์เฉพาะคนบางกลุ่ม
2.ขอให้พิจารณารับจำนำข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ใกล้เคียงกับราคาตลาดทั่วไป 3.ขอให้พิจารณากำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิดให้เหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล แยกคุณภาพและพันธุ์ข้าวที่รับจำนำให้ชัดเจน 4.ขอให้พิจารณากระบวนการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพของข้าวสารที่สีแปรรูปแล้วก่อนจะนำเข้าจัดเก็บในคลังของรัฐบาล โดยจำกัดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน และสามารถมีกระบวนการตรวจสอบได้อย่างเหมาะสมตลอดเวลา 5.ขอให้พิจารณาการระบายข้าวในคลังของรัฐบาล โดยเปิดการประมูลอย่างเปิดเผยเป็นที่ทราบแก่บุคคลทั่วไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
เมื่อถามว่า หากนายกฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะจะมีผลอย่างไร นายรักษเกชา กล่าวว่า ตามอำหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ไม่สามารถออกคำสั่งหรือมีอำนาจลงโทษ เพียงแต่เมื่อเห็นว่านโยบายยังมีข้อบกพร่อง จึงได้มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้ปรับปรุงนโยบายดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่เป็นชี้ว่าโครงการดังกล่าวนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้หลังจากนี้ผู้ตรวจการฯ ส่งข้อมูลดังกล่าวไปยัง ป.ป.ช. โดยเชื่อว่า ป.ป.ช. จะนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาต่อไป





