คนร้ายยิงการ์ดม็อบยางชะอวดดับ 1 สาหัส 1 ผบก.นครศรีฯ เผยเหตุเมายิงกัน อ้างคำบอกเล่าแพทย์รักษาคนเจ็บ ตั้งรางวัลนำจับ 1.5 แสน
การชุมนุมปิดถนนของม็อบสวนยางและปาล์มนำมันในพื้นที่ภาคใต้ บริเวณแยกควนหนองหงษ์ ต.ควนหนองหงษ์ และแยกจุดตัดทางรถไฟบ้านตูล บ้านควนเงิน ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 ได้เกิดเหตุ คนร้ายยิงปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและเจ็บสาหัสอีกราย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลร่วมรัฐผิดชอบในความปลอดภัย พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลความปลอดภัยและบุคคลแปลกหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.50 น.วันที่ 1 ก.ย. 2556 ได้เกิดเหตุคนร้ายยิงปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมในจุดแนวด่านการ์ดริมทางรถไฟ ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จำนวนทั้งหมด 5 นัด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัย คือ นายศิริชัย บุญนุวงศ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 6 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด ถูกยิงที่ใต้เป้าตาและหน้าอก และนายสิทธิศักดิ์ ใจงาม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 1 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด ถูกยิงลำคอด้านซ้าย ริมฝีปากซ้าย และโหนกแก้มด้านซ้าย กลุ่มผู้ชุมนุมนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ต่อมา 08.45 น. นายศิริชัยเสียชีวิต
ขณะที่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ด้านหน้าบริเวณที่ชุมนุม ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงในระยะไกล จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนแกนนำได้ให้ผู้ชุมนุมเพิ่มความเข้มในการดูแลความปลอดภัย และมีกระแสข่าวว่าขณะเดียวกันภายในเวทีทั้งสองแห่งได้ประกาศห้ามบุคคลแปลกหน้าเข้าในพื้นที่
ส่วนในที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า นายเอียด เซ่งเอียด ผู้ประสานงานพร้อมด้วยทีมผู้ประสานงาน ได้เข้าดูแลพื้นที่ พร้อมทั้งตรวจสอบผู้ที่เข้ามาในบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างเข้มงวด ขณะที่ผู้สื่อข่าวต้องถูกตรวจบัตรประจำตัวอย่างละเอียด และสอบถามถึงต้นสังกัด โดยให้เหตุผลว่ากลัวเจ้าหน้าที่หรือมือที่สามจะแฝงตัวเข้ามา และมีท่าทีโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ปักใจเชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อสร้างความปั่นป่วน
นายเอียด เปิดเผยว่า เราไม่ได้สนใจแล้วว่าใครจะมายิง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และเราจะยกระดับการชุมนุมอย่างแน่นอน ส่วนผู้ที่แฝงตัวเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ระวังตัวเมื่อถูกจับได้แล้วเราจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้แน่ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้
แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบ
เวลา 11.00 น. นายเอียด และกลุ่มผู้ประสานงาน ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาสรุปใจความว่า เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลพยายามใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุมมาตลอดว่ามีการเมืองหนุนหลัง แท้จริงแล้วไม่ใช่ และจากกรณีที่ผู้ชุมนุมถูกยิงจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บกลางดึกที่ผ่านมา รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียว และคนที่ตายไม่ใช่เป็นโจร ไม่ได้เป็นนักโทษ แต่เป็นชาวบ้านผู้เดือดร้อน แถลงการณ์ระบุว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่เป็นพันๆ นายออกไปจากพื้นที่ อ.ชะอวด เนื่องจากไม่สามารถดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านได้ และกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมจะเจรจากับรัฐบาล หากทำตามข้อตกลงที่ได้ออกแถลงการณ์ไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่หากไม่ยอมตกลงจะเพิ่มระดับการชุมนุม โดยให้เวลาถึง 11.00 น. วันที่ 2 กันยายนนี้
สำหรับศพนายศิริชัยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลในที่ชุมนุมและเตรียมยกระดับขึ้นก่อนถึงเส้นตายวันที่ 3 กันยายนนี้
นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่คิดใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ยอมรับว่าหวั่นมือที่ 3 จ้องป่วนสร้างสถานการณ์หวังยกระดับการชุมนุม หากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้จังหวัดเสียหายก็พร้อมย้ายออกจากพื้นที่ ส่วนจะไปประจำตำแหน่งที่ใดก็ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิโรจน์ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้ประชุมหารือที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชอย่างเคร่งเครียดถึงสถานการณ์และแนวโน้มของการชุมนุม
ผบก.นครศรีฯระบุเหตุเมาแล้วยิงกัน
ต่อมา พล.ต.ต.รณพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า อาการของนายสิทธิศักดิ์ แพทย์ได้ผ่าตัดช่วยเหลือจนอาการปลอดภัยแล้ว เบื้องต้นทราบว่าสาเหตุมาจากการเมาสุราและทะเลาะวิวาทจนเป็นเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันจนเสียชีวิต โดยแพทย์ที่รักษาผู้บาดเจ็บแจ้งว่าก่อนทำการผ่าตัดนายสิทธิศักดิ์บอกข้อมูลเหตุดังกล่าวว่ามีคู่กรณีเกิดทะเลาะกับนายศิริชัย และใช้อาวุธยิงจนเสียชีวิต แต่แพทย์ไม่ได้ซักอะไรมาก พนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้งตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
"ก่อนหน้านั้น ตำรวจก็พอจะทราบเรื่องอยู่แล้วว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องอะไร กำลังจะเอารูปผู้ต้องสงสัยไปให้ผู้บาดเจ็บชี้ยืนยัน แต่คุณหมอนำผู้บาดเจ็บเข้าห้องผ่าตัดไปก่อน ซึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมมีคนเมา มีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน มีรายหนึ่งฟันกันแขนเกือบขาด คดีนี้มีคนพยายามปั่นกระแส เบี่ยงเบนประเด็น แต่คนในพื้นที่รู้เรื่องกันดี" ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช กล่าวและว่า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมอยากให้ตำรวจออกจากพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะนั้น ตำรวจตั้งห่างจากม็อบ 10 กิโลเมตรเพื่อเป็นการรักษาความสงบ ถ้าให้ตั้งด่านโดยรอบ 2 กิโลเมตร ก็เอาปืนเข้าไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ปืนเต็มไปหมด
ตั้งรางวัลจับ1.5แสน-ผญบ.กลับลำ
"ยืนยันว่าไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างแน่นอน และได้ตั้งด่านตรวจสอบอาวุธใน 4 จุดสำคัญที่จะเข้าสู่ อ.ชะอวด เพราะเกรงว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความบานปลาย และเพื่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคลี่คลายโดยเร็วต้องขอความร่วมมือผู้ชุมนุมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวมถึงผบ.ตร.ได้ตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท และผู้ว่าฯ สนับสนุนอีก 5 หมื่นบาทให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสแล้วนำไปสู่การจับกุมคนร้าย" ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช กล่าว
ด้านนายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านจำนวนนึ่งได้ร่วมกันแถลงจุดยืนอีกครั้งกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยระบุว่าสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคายางที่ตกต่ำ
นายพรสิทธิ์ ไพรสณฑ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า สนับสนุนการชุมนุมของประชาชนและอยากเรียกร้องให้ภาครัฐรีบลงมาแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ขณะที่กำนันผู้ใหญ่บ้านจะไม่เป็นโล่ให้ทางราชการแต่จะอยู่ด้วยกับประชาชน
สมช.ตั้ง2ปมส่วนตัว-ป่วนชุมนุม
ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาสาเหตุซึ่งสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องส่วนตัว เพราะผู้ที่เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอาจจะมีความขัดแย้งมาก่อนหน้านี้ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับการชุมนุม เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ และสร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่ แต่เหตุเกิดช่วงกลางดึกทำให้หาพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อมยาก คงต้องใช้เวลาในการสอบสวน จึงต้องไปเริ่มจากการตรวจสอบประวัติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปจัดระเบียบการชุมนุมเพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุม
"ไม่มีรายงานทางการข่าวว่าจะมีการก่อเหตุขึ้น แต่เราก็ระวังเรื่องมือที่ 3 มาโดยตลอด และจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกี่ยวโยงกับมือที่ 3 แต่อย่างใด แต่ก็ไม่ตัดประเด็นดังกล่าวออกไป" เลขาฯสมช. กล่าว และว่า ส่วนการชุมนุมของชาวสวนยางในวันที่ 3 กันยายน จะมีเพียงในพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี แต่จะไม่ขยายไปยังที่อื่น เชื่อว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนภาคอื่นๆ คาดจะไม่มีการชุมนุม
ผบ.ตร.สั่งสอบคดีตรงไปตรงมา
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งกำชับให้ดำเนินการสอบสวนตรงไปตรงมา ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชน สื่อมวลชน เข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการ นอกจากนี้ยังสั่งการให้พื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความเป็นมารายละเอียดแห่งคดีและการอำนวยความยุติธรรมของตำรวจอย่างตรงไปตรงมา โดยให้ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) เข้าไปกำกับดูแลการสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8
กำนัน-ผญบ.สุราษฎร์หนุนม็อบ
ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า จ.สุราษฎร์ธานี สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมสมาชิกกว่า 90 คนโดยมีมติ 4 ข้อ 1.ให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เลวร้ายไปกว่านี้ 2.สมาคมยืนยันอยู่เคียงข้างชาวสวนยางและปาล์ม ไม่เห็นด้วยกับคำแถลงการณ์กรณีที่ระบุว่าสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านภาคใต้คัดค้านการชุมนุม 3.ไม่เห็นด้วยเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม เพราะเดือดร้อนจากปัญหาราคายางไม่ใช่กลุ่มจัดตั้ง และ 4. สมาคมยืนยันไม่มีการหนุนหลังจากนักการเมืองหรือพรรคการเมือง
นายคำรณ เทือกสุบรรณ นายกสมาคม กล่าวว่า การชุมนุมวันที่ 3 กันยายนนั้นเห็นด้วย และที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่ได้คิดเห็นแตกแยกกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจังเพราะได้รับความเดือดร้อนจริง
นายสมสิน จุลจินดา แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดสงขลา กล่าวว่า มีการตอบรับของเครือข่ายสวนยางที่จะไปร่วมชุมนุมด้วยจำนวนมาก ซึ่งแกนนำในแต่ละอำเภอได้จัดเตรียมรถบัสสำหรับเดินทาง พร้อมกับระดมทุนในเรื่องอาหาร น้ำดื่มและค่าใช้จ่ายอื่น เพื่อให้การชุมนุมอยู่ได้อย่างยาวนาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยจะเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันที่ 3 กันยายน
ชัยภูมิจี้รัฐช่วยสวนยางทั้งหมด
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ วรรณวิชัยกุล ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางสหกรณ์กองทุนสวนยางท่าหินโงม จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 กันยายนที่ตอนแรกจะมีกลุ่มเกษตรกรนัดร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลพร้อมกันทั่วประเทศนั้น ล่าสุดได้มีการส่งตัวแทนในกลุ่มภาคอีสานและภาคเหนือเข้าพูดคุยกับตัวแทนภาครัฐแล้วว่าจะมีแนวทางระยะสั้นออกมาตามมาตรการ 80 บวก 40 ขายได้ 80 บาท รัฐช่วยเพิ่ม 40 บาทคือจะช่วยให้เกษตรกรได้ราคาทางอ้อมเพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ครบ 120 บาทต่อกิโลกรัมได้เช่นกัน คือการช่วยเหลือในทางอ้อมเรื่องค่าปุ๋ย 1,260 บาท ซึ่งก็เป็นที่พอใจต่อเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดโดยจะให้เวลารัฐบาลภายใน 15 วัน หากยังไม่เป็นผลก็จะหารือใหม่อีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร
ขณะที่นายอำนวย เหล่าชำนิ กำนันตำบลท่ามะไฟหวาน และตัวแทนชาวสวนยาง จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่กลุ่มชาวสวนยางชัยภูมิกว่า 5,000 ราย ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่ศูนย์สงเคราะห์สวนยางและไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน เกรงว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาล จะไม่สามารถห้ามคนที่จะออกมาเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเรื่องนี้ฝากถึงรัฐบาลช่วยพิจารณาเพิ่มเติมเร่งด่วนในจุดนี้ด้วย
ปัดรัฐเอี่ยวยิงม็อบ-200ล.ล็อบบี้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีการลอบยิงการ์ดม็อบสวนยาง โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นฝีมือของรัฐบาลตามที่มีความพยายามปลุกระดม เนื่องจากหากทำจะยิ่งก่อให้ปัญหาบานปลาย จึงขอให้ประชาชนรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้เกิดการสูญเสีย
ส่วนกรณีแกนนำม็อบสวนยางระบุรัฐบาลทุ่มเงิน 200 ล้านบาท ล็อบบี้แกนนำเกษตรกรภาคเหนือ ภาคอีสานไม่ให้นำคนมาร่วมชุมนุม ยืนยันไม่เป็นความจริง แต่แกนนำภาคเหนือ อีสานเข้าใจสถานการณ์ดีว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหา ไม่มีเลือกปฏิบัติ ขณะนี้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยชาวสวนยางเต็มที่ แต่การปิดถนนเป็นการใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน กระทบภาพลักษณ์ประเทศ อย่างไรก็ตามการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะลงพื้นที่ไปพูดคุยกับแกนนำเกษตรกรในภาคใต้เป็นเรื่องดี อยากให้เป็นตัวกลางพูดคุยกับเกษตรกรเพื่อสะท้อนปัญหามายังรัฐบาล ซึ่งพร้อมรับฟัง





