วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ม็อบแอลพีจี ล่า5หมื่นรายชื่อปลดพงษ์ศักดิ์

เครือข่ายค้านขึ้นแอลพีจี ชุมนุมหน้า ปตท. ประกาศรวม 5 หมื่นรายชื่อปลด "พงษ์ศักดิ์"

มล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี แกนนำเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย เปิดแถลงข่าวบริเวณป้ายรถเมล์หน้าบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานยุติการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยอ้างว่าประชาชนได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็ตาม รวมทั้งยังเรียกร้องข้อปฏิบัติ 5 ป. เพื่อการปฏิรูปพลังงานไทย ได้แก่ 1.ปลด ให้ปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพลังงาน และอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติทันที เนื่องจากมสามารถบริหารราชการแผ่นดิน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

2.เปิด ให้รัฐเปิดเผยสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมทั้งหมด และเปิดเผยผลประโยชน์ตอบแทนจากธุรกิจพลังงานและข้อมูลรายการบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ ที่มีหน้าที่กำกับดูแล และขณะเดียวกันก็นั่งเป็นกรรมการในธุรกิจพลังงาน 3.ปัน ประชาชนและชุมชนต้องได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรมจากทรัพยากรปิโตรเลียมที่ขุดได้จากผืนแผ่นดินไทย

4.ไป ให้ข้าราชการกระทรวงพลังงานที่ต้องการเป็นกรรมการในธุรกิจพลังงาน ต้องลาออกไปจากการเป็นข้าราชการ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดกันซึ่งผลประโยชน์ของประชาชนและผลประโยชน์ส่วนตัว 5.เปลี่ยนแปลง รัฐต้องเปลี่ยนระบบสัมปทานขุดเจาะก๊าซและน้ำมัน ไปเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตที่กรรมสิทธิ์ปิโตรเลียมที่ขุดได้เป็นของรัฐ เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเวียน โดยให้ประชาชนเป็นเจ้าของทรัพยากรที่แท้จริง ต้องมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ จัดสรร แบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1-8 กันยายนนี้ กลุ่มเครือข่ายฯจะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 5 หมื่นราย และในวันที่ 9 กันยายนนี้ จะรวมตัวชุมชนใหญ่เพื่อกดดันให้ปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต่อไป

ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย นำโดยนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และนางสาวรสนา โตสิตระกูล สว.กรุงเทพมหานคร มายื่นหนังสือต่อศาลปกครองฟ้องร้อง 5 บุคคล ได้แก่ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,คณะรัฐมนตรี ,คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ,รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปรับราคาก๊าซแอลพีจี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเครือข่ายประชาชนเห็นบุคคลทั้ง 5 ได้พิจารณาปรับราคาก๊าซแอลพีจีที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และยังยื่นหนังสือคำฟ้องให้ศาลช่วยคุ้มครองระงับมติรัฐมนตรีชั่วคราวก่อนมีการพิจารณาคดีและให้ยกเลิกเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2556 ที่เห็นชอบให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ภาคครัวเรือน โดยให้ปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาทต่อกิโลกรัม ในวันที่ 1 กันยายน 2556 และให้สะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 24.82 บาทต่อกิโลกรัม