วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

จ่อเรียกนายหน้าเงินฝากเข้าสหกรณ์ฯคลองจั่น

ดีเอสไอจ่อเรียกสอบนายหน้าระดมเงินฝากเข้าสหกรณ์ฯคลองจั่น หลังพบเบาะแสจ่ายคอมมิชชั่น 10% เงินฝาก100ล้าน รับทันที10ล้าน

นายกิติก้อง คณาจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าการสวบสวนผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด กับพวกยักยอกเงินสหกรณ์กว่า 12,000 ล้านบาทว่า ดีเอสไอได้เรียกสอบปากคำผู้บริหารบริษัท 27 แห่งที่มีชื่อทำสัญญาเงินกู้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ในฐานะสมาชิกสมทบ โดยขณะนี้สอบปากคำไปแล้วเกินครึ่ง ส่วนใหญ่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาเงินกู้ และไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ลงนาม ดังนั้น หลักฐานการกู้เงินจึงถือเป็นเอกสารปลอมโดยนำเอกสารที่เคยใช้ประกอบการยื่นกู้กับสหกรณ์หมุนกลับมาใช้กู้เงินอีก อย่างไรก็ตาม มีพยานบางรายยอมรับว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการหาเงินฝากให้กับสหกรณ์ฯ

โดยผู้ที่สามารถหาเงินฝากเข้าสหกรณ์ได้จะรับค่าตอบแทน 10% จากยอดเงินฝาก ขณะนี้ดีเอสไอสอบสวนพบหลักฐานเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินค่าคอมมิชชั่น 10% แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ระดมเงินฝากรายใหญ่วงเงินฝากเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งได้รับค่าคอมมิชชั่น 10 ล้านบาท หลังจากนี้จะเรียกกรรมการบริหารสหกรณ์ฯรายอื่นเข้าให้ปากคำ รวมถึงการเรียกผู้จัดการเรื่องการทำธุรกรรมสินเชื่อเข้าให้ข้อมูล

ผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินฯ กล่าวต่อว่า ดีเอสไอตั้งข้อสังเกตการทำสัญญาเงินกู้ของสมาชิกทั้ง 27 แห่ง อาจเป็นการปลอมเอกสารขึ้นภายหลังการนำเงินออกไปจากระบบสหกรณ์แล้ว ซึ่งต่อมาเมื่อถูกตรวจสอบจึงทำสัญญากู้ยืมขึ้นให้สอดรับว่ามีการปล่อยกู้ที่สามารถใช้คืนได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบว่านายศุภชัยพยายามนำโฉนดที่ดินของสหกรณ์ที่มีมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ไปจำนองเพื่อขอกู้เงินกับสหกรณ์อื่นวงเงิน 800 ล้านบาท แต่กรมที่ดินไม่ดำเนินการให้เนื่องจากทรัพย์จำนองมีมูลค่าน้อยกว่ามาก รวมถึงทราบว่าดีเอสไอกำลังสอบสวนคดีเกี่ยวกับการยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์อยู่ จึงได้ประสานข้อมูลแจ้งมายังดีเอสไอเพื่อรับทราบ

ส่วนกรณีที่ดีเอสไอทำหนังสือถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของนายศุภชัยในสหกรณ์และถอดถอนนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานสหกรณ์ฯออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากการสอบสวนพบว่าการปล่อยกู้ให้สมาชิกสมทบ 27 ราย วงเงินเกือบ 12,000 ล้านบาทไม่เป็นไปตามข้อบังคับสหกรณ์ฯนั้น ตนได้รับการแจ้งกลับจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่านายศุภชัยยังไม่เข้าข่ายถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาเกิดขึ้นในช่วงปี2550-2555 ไม่ใช่ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน สัปดาห์หน้าจะเรียกกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าพบเพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับข้อกฎหมายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขณะเดียวกันเตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ทะเบียนและผู้จัดการด้านสินเชื่อของสหกรณ์ที่รู้เห็นเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของสหกรณ์ รวมถึงจะเรียกผู้บริหารของบริษัทและสหกรณ์อื่นที่มีชื่อนำเงินมาฝากในจำนวนมากว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเกี่ยวกับรับผลประโยชน์ 10% จากยอดเงินฝากหรือไม่