วิเคราะห์ 4 จุดอ่อน 40 วันหยุดยิง...ดันเหตุรุนแรงพุ่ง! แต่ยอดสูญเสียลด
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับห้วงเวลา 40 วันของข้อตกลงลดเหตุรุนแรงร่วมกันช่วงรอมฎอนระหว่างรัฐบาลไทยกับขบวนการบีอาร์เอ็นกลุ่มของ นายฮัสซัน ตอยิบ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการครั้งที่ 3 เมื่อ 13 มิ.ย.2556
กรอบเวลา 40 วันนับจากวันที่ 10 ส.ค.2556 ซึ่งเป็นวันแรกของเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม จนถึงวันที่ 18 ส.ค.2556 ซึ่งจะครอบคลุมเดือนรอมฎอนทั้งเดือน และต่อเนื่องถึงเดือนเซาวาล หรือเดือนต่อจากเดือนรอมฎอนอีกราว 10 วัน ซึ่ง ดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ได้แถลงหลักการที่ทั้งรัฐบาลไทยและบีอาร์เอ็นทำความเข้าใจร่วมกันเอาไว้เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2556
ล่าสุดศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ได้จัดทำสถิติความสูญเสียจากเหตุรุนแรงในช่วง 40 วันดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่นำเสนอต่อสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อนำไปสังเคราะห์ร่วมกับข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ว่าข้อตกลงลดเหตุรุนแรงร่วมกันนั้นสัมฤทธิผลหรือไม่ เพียงใด จะได้นำไปประกอบการพิจารณากำหนดท่าทีในการพูดคุยสันติภาพครั้งต่อไป
1.สถานภาพการเสียชีวิตรวมทุกกลุ่มอาชีพ ห้วง 40 วันของข้อตกลงลดเหตุรุนแรงร่วมกัน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันย้อนหลังกลับไปถึงปี 2547 พบว่าในปี 2556 มียอดผู้เสียชีวิตต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ดังนี้ ปี 2547 เสียชีวิตรวม 27 ราย ปี 2548 เสียชีวิตรวม 35 ราย ปี 2549 เสียชีวิตรวม 69 ราย ปี 2550 เสียชีวิตรวม 69 ราย ปี 2551 เสียชีวิตรวม 43 ราย ปี 2552 เสียชีวิตรวม 55 ราย ปี 2553 เสียชีวิตรวม 42 ราย ปี 2554 เสียชีวิตรวม 43 ราย ปี 2555 เสียชีวิตรวม 36 ราย ปี 2556 เสียชีวิตรวม 29 ราย
2.สถานภาพการเสียชีวิตเฉพาะประชาชนทั่วไป ห้วง 40 วันของข้อตกลงลดเหตุรุนแรงร่วมกัน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันย้อนหลังกลับไปถึงปี 2547 พบว่าปี 2556 มียอดผู้เสียชีวิตของประชาชนต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา หรือต่ำที่สุดตั้งแต่ไฟใต้ปะทุขึ้นรอบใหม่เป็นเวลา 9 ปี ดังนี้ ปี 2547 ประชาชนเสียชีวิต 20 ราย ปี 2548 ประชาชนเสียชีวิต 21 ราย ปี 2549 ประชาชนเสียชีวิต 52 ราย ปี 2550 ประชาชนเสียชีวิต 50 ราย ปี 2551 ประชาชนเสียชีวิต 31 ราย ปี 2552 ประชาชนเสียชีวิต 32 ราย ปี 2553 ประชาชนเสียชีวิต 26 ราย ปี 2554 ประชาชนเสียชีวิต 31 ราย ปี 2555 ประชาชนเสียชีวิต 17 ราย ปี 2556 ประชาชนเสียชีวิต 9 ราย
พร้อมกันนี้ ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมสันติภาพในช่วงเดือนรอมฎอนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี พ.ศ.2556 ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้จัดทำรายงานการประเมินสถานการณ์ในห้วงลดเหตุรุนแรง 40 วัน สรุปได้ว่า
- สถิติเหตุการณ์รุนแรง เกิดเหตุจำนวน 79 ครั้ง ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยน้อยกว่าปีก่อนๆ โดยลดลงร้อยละ 25.26 (อัตราเฉลี่ยในรอบ 10 ปี เกิดจำนวน 105.70 ครั้ง)
- สถิติการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความรุนแรง มีจำนวน 29 ราย ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยน้อยกว่าปีก่อนๆ ในรอบ 10 ปี โดยลดลงร้อยละ 35.26 (อัตราเฉลี่ยในรอบ 10 ปี มีจำนวน 44.80 ราย)
- สถิติการเสียชีวิตเฉพาะที่เป็นประชาชน มีจำนวน 9 ราย ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี โดยมีอัตราเฉลี่ยลดลงร้อยละ 68.85 (อัตราเฉลี่ยในรอบ 10 ปี มีจำนวน 28.90 ราย)
ทั้งนี้ หากวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมตั้งแต่หลังริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ (28 ก.พ.2556) สามารถแยกสถานการณ์ออกเป็น 4 ช่วงเวลา ได้แก่
1.ช่วงภายหลังการลงนามความร่วมมือการพูดคุยสันติภาพ ถึงก่อนเดือนรอมฎอน (ระหว่าง 28 ก.พ.ถึง 9 ก.ค.2556) เมื่อเทียบเคียงกับห้วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ พบว่าสถิติการก่อเหตุร้ายเพิ่มขึ้น แต่จำนวนการสูญเสียลดลง โดยในกลุ่มประชาชนผู้บริสุทธิ์ลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ในขณะที่จำนวนเจ้าหน้าที่ถูกโจมตีมากขึ้น
2.ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนรอมฎอน (ระหว่างวันที่ 10-16 ก.ค.2556) มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้ง นับเป็นปรากฏการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 10 ปี
3.ช่วงสัปดาห์ที่สองและสามของเดือนรอมฎอน (ระหว่าง 17-30 ก.ค.2556) มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น 13 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ที่เกิดเหตุรุนแรงรวม 30 ครั้ง
4.ช่วงวันที่ 31 ก.ค.2556 เป็นต้นมาถึงสิ้นสุดข้อตกลงลดเหตุรุนแรง 18 ส.ค.2556 เกิดเหตุรุนแรงในความถี่สูงมาก เหตุผลน่าจะมาจากวงจรของการตอบโต้ความรุนแรงจากเชื้อของเหตุการณ์ใน 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ เช่น การตอบโต้จากฝ่ายบีอาร์เอ็นซึ่งอ้างว่ามาจากการยั่วยุจากฝ่ายรัฐ การก่อเหตุของกลุ่มที่ต้องการบ่อนทำลายกระบวนการพูดคุยสันติภาพ หรือกองกำลังของกลุ่มที่เห็นต่าง และเหตุจากอาชญากรรมปกติที่เป็นภัยแทรกซ้อนซึ่งยังสืบหาผู้กระทำผิดไม่ได้
เหตุการณ์ในช่วงที่ 4 ดังกล่าวมีผลทำให้สถิติการก่อเหตุในห้วงเวลา 40 วันของข้อตกลงหยุดยิง มีอัตราเฉลี่ยสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2555
สำหรับปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ในพื้นที่ ประชาชนทุกกลุ่มทั้งไทยพุทธ มุสลิม ขานรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ขณะที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชนก็มีกระแสตื่นตัวมากขึ้นในการแสดงบทบาทของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) กับสถานการณ์ความขัดแย้ง และต้องการให้ฝ่ายรัฐกดดันกลุ่มผู้เห็นต่างให้ลดการใช้ความรุนแรง ด้านสื่อมวลชนก็เปิดพื้นที่ข่าวสนับสนุนบรรยากาศการพูดคุย
อย่างไรก็ดี การดำเนินการทั้งหมดพบจุดอ่อนและข้อจำกัด ดังนี้
1.การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในเรื่องหลักการของการยุติความรุนแรงห้วงรอมฎอนตลอดจนกระบวนการพูดคุยสันติภาพยังอยู่ในวงจำกัด ทำให้โอกาสในการสร้างปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการพูดคุยและการลดความรุนแรงยังไม่เกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น
2.มีความเห็นที่ยังไม่ตรงกันของแกนนำกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการคงอยู่ของปฏิบัติการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ รวมถึงกลุ่มต่างๆ อีกหลายกลุ่มที่ยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับการพูดคุย
3.การตีความที่อาจไม่ตรงกันเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เช่น การปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ หรือการปฏิบัติที่ต่อเนื่องจากเหตุปะทะด้วยกำลัง ซึ่งความเข้าใจของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเป็นคนละแบบกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้วงจรของความรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งหลังความสงบในช่วงเริ่มต้นของรอมฎอน
4.การที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้จัดตั้งกลไกประสานงานในลักษณะ real time หรือการติดต่อสื่อสารแบบ hotline ทำให้การป้องกันความเข้าใจผิดมีข้อจำกัด และความหวาดระแวงต่อกันขยายตัว





