วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เก็งข้อสอบ10ประเด็นร้อน ซักฟอกงบ

รัฐบาลเก็งข้อสอบ 10 ประเด็นร้อน! ฝ่ายค้านซักฟอกงบปี"57

ในที่สุดร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ก็เดินทางมาถึงวาระ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการพิจารณากันอย่างน้อย 2 วันนับจากนี้ หลังผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มานานนับเดือน

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.) นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ได้เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อวางกรอบการประชุม สรุปว่า เบื้องต้นกำหนดให้ประชุมในวันที่ 14-15 ส.ค. เวลา 09.30-24.00 น. โดยจะถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 ตลอดการประชุม

หาก 2 วันยังไม่สามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จ ประธานจะแจ้งให้ทราบว่าจะพิจารณาต่อหรือไม่อย่างไรตามเวลาที่สมควร

นายเจริญ กล่าวว่า ได้ขอร้องให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปกำชับสมาชิก (ส.ส.) ว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ถือว่ามีความสำคัญ ประชาชนให้ความสนใจ เพราะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคม ขอให้อภิปรายอยู่ในเนื้อหาของงบประมาณ ไม่เช่นนั้นจะไปซ้ำซ้อนกับคนอื่น และถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพาดพิงหรือเสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่น การใช้สิทธิต้องเป็นการพาดพิงจริงๆ เฉพาะประเด็นการตัดงบประมาณ ไม่เช่นนั้นจะใช้เวลามาก เพราะปีที่ผ่านมาเสียเวลาในการอภิปรายพาดพิงกันถึง 10 ชั่วโมงครึ่ง

ท่าทีของประธานวิปรัฐบาล นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นไปในทางเดียวกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยบอกว่าได้ส่งทีม ส.ส.ที่เป็นวิปไปหารือเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายกับฝ่ายค้าน เพราะมีผู้ขอสงวนคำแปรญัตติและอภิปรายจำนวนกว่า 200 คน และอาจมีกรณีอภิปรายในประเด็นซ้ำซ้อนกัน จึงต้องมีการหารือถึงกรอบเวลาการอภิปรายให้กระชับลง เน้นประเด็นสำคัญๆ และไม่ออกนอกประเด็นจนเกินไป

"ถ้าที่ประชุมทำได้เช่นนี้ ผมมั่นใจว่าระยะเวลา 2 วันก็น่าจะเพียงพอสำหรับการอภิปรายแล้ว" นายอำนวยระบุ

อย่างไรก็ดี ท่าทีของฝ่ายค้านยังยืนยันว่าผู้ที่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ น่าจะได้สิทธิอภิปรายทุกคน โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีผู้แปรญัตติ 137 คน จากทั้งหมด 163 คน จำนวนวันเวลาที่ใช้อภิปรายต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง ผู้สงวนคำแปรญัตติและความเห็นต้องได้ใช้สิทธิอภิปรายทุกคน เว้นแต่ไม่ประสงค์จะอภิปราย

ส่วนเนื้อหาการอภิปรายจะพุ่งเป้าหลายประเด็น เช่น งบประมาณภายหลังแก้ไข (ร่างที่ผ่านการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ) เห็นชัดเจนว่าไม่สนใจวินัยการคลัง มีตัวเลขก่อหนี้สูงมาก ใช้งบประมาณมหาศาลบานปลายหลายโครงการ มีการใช้เงินคงคลังแล้วแต่เก็บภาษีไม่เป็นตามเป้า รวมทั้งจัดสรรงบประมาณกระจุกตัวบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ศรีสะเกษ แพร่ สุพรรณบุรี ชลบุรี ไม่กระจายจังหวัดต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีกรณีไม่ชอบมาพากลในการจัดทำงบประมาณ อาทิ การจัดซื้อรถตู้ของกระทรวงศึกษาธิการที่กลายพันธุ์เป็นโครงการรถตู้โรงเรียนดีศรีตำบล งบประมาณการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ซ่อนอยู่ในทุกกรม เป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในทางการเมืองคงเดาทางได้ไม่ยากว่าฝ่ายค้านจะใช้เวทีนี้เหมือนการ "ซ้อมใหญ่" อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยประเด็นหลักๆ ที่เตรียมอภิปรายชำแหละ หนีไม่พ้นโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งพบว่ามีการทุจริตในหลายขั้นตอน ขณะที่ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่คาดว่าจะมีผู้อภิปรายหลายคน โดยเฉพาะเรื่องการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือข้อตกลงหยุดยิงช่วงรอมฎอนที่ไม่สามารถทำได้จริง

ฝ่ายรัฐบาลเองก็ได้เตรียมรับมือ และตั้งโจทย์ที่คิดว่าจะถูกถามรวม 10 ประเด็น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลให้รัฐมนตรีตอบ ได้แก่

1.ภาระหนี้สาธารณะ ทั้งจาก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และยังจะมีร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทตามมาอีก

2.ภาระเงินกู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่คาดว่าจะถูกถามเรื่องมาตรการกำกับและการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อติดตามผลการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท.

3.กองทุนการออมแห่งชาติ น่าจะถูกถามเรื่องการจัดสรรงบประมาณตามที่ได้ระบุไว้ในกฎหมาย

4.โครงการรับจำนำสินค้าเกษตร คาดว่าจะถูกถามเรื่องการเปิดเผยข้อมูลการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ปมทุจริตในโครงการ สต็อกข้าว และผลขาดทุน

5.หน่วยงานที่ใช้เงินรายได้จากภาษีโดยตรงไม่ผ่านกระบวนการงบประมาณ โดยจะถูกถามเรื่องวินัยการเงินการคลังและการควบคุมกำกับดูแล

6.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร น่าจะถูกถามเรื่องสถานภาพและความก้าวหน้าของการดำเนินงาน ตลอดจนงบดุล

7.การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีการโครงการจัดซื้อรถตู้โดยสารให้กับนักเรียน คาดว่าจะถูกถามเรื่องแนวทางการดำเนินการ ความเหมาะสมของสเปคและราคาจัดซื้อ

8.มหาวิทยาลัยในกำกับ (ออกนอกระบบ) คาดว่าจะถูกถามเรื่องเกณฑ์การจัดงบประมาณ เงินสมทบ การจัดทำแผน และแนวทางการลดภาระงบประมาณและพึ่งตนเองในอนาคต

9.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีคำถามเรื่องเงินอุดหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

และ10. สำนักงานรัฐสภาจังหวัด น่าจะถูกถามเรื่องระเบียบรองรับ และการชะลอโครงการเพื่อประเมินผลก่อน รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต