วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุมตัว'สมชัย'ผู้ต้องหาคดียาซูโดฯทำแผน

ดีเอสไอ ควบคุมตัว"สมชัย รักยอดยิ่ง"ผู้ต้องหาในคดียาซูโดอีเฟดรีนทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจังหวัดเชียงใหม่

วานนี้(28ก.ค.) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนำโดย พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ควบคุมตัวนายสมชัย รักยอดยิ่ง ผู้ต้องหาในคดียาซูโดอีเฟดรีน ซึ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปยังประเทศพม่า และถูกทางปปส.พม่าจับกุมตัวส่งกลับมาให้กับ ปปส.ของไทยวานนี้ (27 กรกฎาคม) ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงควบคุมตัวมาแผนประกอบคำรับสารภาพที่จังหวัดเชียงใหม่หลายจุด

โดยจุดแรกเดินทางไปยังบริษัท ขนส่งนิ่มซีเส็ง จำกัด ซึ่งนายสมชัย ได้รับยาซูโดอีเฟดรีนมาจากทางภาคกลาง จากนั้นเดินทางไปยังสำนักงานบริษัท เปรมประชา จำกัด ซึ่งนำยาส่งต่อไปให้กับลูกค้า จุดต่อมาเดินทางไปยังหมู่บ้านกาญน์กนก 2 ต.สันปู่เลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมชัย และเป็นสถานที่บรรจุยานำส่งให้กับลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวทาง ปปส.ภาค 5 ได้ทำการตรวจยึดไว้แล้ว

นอกจากนี้ยังนำไปชี้จุดที่ซองยาแก้หวัดชนิดต่างๆจำนวนมากที่นายสมชัย นำมาทิ้งไว้ในป่าไมยราบ ริมถนนสายซุปเปอร์เชียงใหม่-สันกำแพง บ้านน้อย หมู่ 11 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ อีกด้วย

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับความร่วมมือจากนายสมชัยผู้ต้องหาในคดีนี้เป็นอย่างดี ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนที่มาในวันนี้เป็นการทบทวนความจำ นำชี้สถานที่ต่างๆ ที่นายสมชัยเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่บ้านพักที่เป็นที่แกะยาเอง ที่ส่งของ ที่รับของ ที่ทิ้งซองยา ทำให้พนักงานสอบสวน มองเห็นทิศทางของการสอบสวน มองเห็นทิศทางการทำงานและพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงเป็นระบบมากขึ้น โดยคดีนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก แต่รายละเอียดจะเน้นไปในการตรวจสอบเส้นทางของการเงิน

โดยพบว่ามีความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งรายละเอียดจะยังไม่ขอพูดถึง แต่หลักความคืบหน้าค่อนข้างมาก อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหาในคดีซูโดอีเฟดรีนยังมีอีกหลายราย ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน การฟอกเงิน ซึ่งได้ปรึกษากับพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นผู้ร่วมในการสอบสวนคดีนี้แล้ว ว่าจะดำเนินการสอบสวนไปเรื่อยๆ ซึ่งนายสมชัย เป็นคนหนึ่งที่รับยาแก้หวัดมา และ รับแกะยาออกจากซอง ก่อนจะมีกลุ่มลำเลียงนำเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกลุ่มขบวนการนี้มีอยู่หลายขั้นตอน มีการตัดตอนกันหลายช่วงก็เป็นวิธีการของกลุ่มลำเลียงยาเสพติดที่จะต้องปกป้องตัวเอง

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และดีเอสไอลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อตรวจสอบภายหลังจากยาซูโดอีเฟดรีน ซึ่งเป็นยาแก้หวัด และเป็นส่วนผสมสำคัญในการปลิตยาเสพติด ได้หายไป 1.2 แสนเม็ด พอลงตรวจสอบพบหลักฐานว่ามีการนำซองยาจำนวนมากมาทิ้งทำหลายหลักฐาน โดยตัวการที่ดำเนินการสำคัญคือ ายสมชัย รักยอดยิ่ง ซึ่งได้หลบหนีการจับกุมไปยังประเทศพม่า และทางเจ้าหน้าดีเอสไอ และ ปปส.ได้เข้ายึดทรัพย์หลักฐานต่างๆเพื่อตรวจสอบและสืบสวน จน ปปส.พม่าจับกุมตัวนายสมชัย และส่งกลับมาให้กับ ปปส.ของไทยวานนี้เพื่อดำเนินคดี