"ภักดีหาญส์"ระบุ"ไทกร"ระบุว่ามีคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ยันสลายแบบม็อบสนามหลวง ย้ำไม่ต่างหน้ากากขาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งอีเมลถึงสื่อมวลชน โดยกล่าวถึงกรณีที่นายไทกร พลสุวรรณ หนึ่งในคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวชุมนุมของกองทัพประชาชนฯว่า จะเคลื่อนไหวภายใต้รัฐธรรมนูญและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หลังจากที่มีการเปิดตัวคณะเสนาธิการร่วม 6 คน และได้ยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการภายในวันที่ 27 ก.ค. หากรัฐบาลไม่ดำเนินการภายในกรอบเวลาที่กำหนดจะมีการรวมกลุ่มชุมนุมภายในวันที่ 4 ส.ค.นี้ และในวันที่ 25 ก.ค.นี้ กองทัพประชาชนฯ เตรียมจะเปิดตัวนายทหารที่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวไล่ระบอบทักษิณกว่า 30 นาย รวมถึงนักวิชาการที่จะร่วมเคลื่อนไหวกับกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ที่สนามม้านางเลิ้งนั้น
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานที่แท้จริงของคนพวกนี้ โดยจุดมุ่งหมายคือการโค่นล้มระบอบทักษิณ ซึ่งต้องเรียนถามว่าระบอบทักษิณคืออะไร ทุกวันนี้เห็นพูดกันจังเลยว่า"ระบอบทักษิณ" หรือระบอบทักษิณคือ ระบอบที่มีแต่โครงการดีๆ เช่น กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค พักชำระหนี้ หรือคือระบอบที่ขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากประเทศได้ ซึ่งพวกคุณต้องชี้แจงให้ประชาชนรู้ได้ว่า ระบอบทักษิณคืออะไร ไม่ใช่เอะอะจะโค่นล้มอย่างเดียว ไม่มีใครเขาไปรู้กับพวกคุณหรอก การที่ออกมาขู่โดยอ้างประชาชน เป็นวิธีที่ไม่สร้างสรรค์ กลุ่มเสนาธิการร่วมฯก็คงไม่ต่างกับขบวนการหน้ากากขาว หรือม็อบสนามหลวง สุดท้ายก็ต้องล่มสลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขัดแย้งกันเองในกลุ่ม หรือขัดกันในเรื่องของผลประโยชน์ เช่น กลุ่มหน้ากากถึงจะยืนยันว่าไม่มีแกนนำในการรวมตัว แต่ก็ต้องมาขัดแย้งกันเองเรื่องกล่องรับบริจาค ตั้งรับหลายกล่องไปหน่อย
สุดท้ายก็ต้องมาต่อยกันเรื่องเงินบริจาค ส่วนกรณีม็อบสนามหลวง นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ก็ออกมาประกาศยุติการชุมนุมด้วยสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งภายในเรื่องผลประโยชน์ กลุ่มนายทุนยุติการให้การสนับสนุน นั่นก็เป็นจุดจบที่แตกต่างกันไปของแต่ละกลุ่ม คราวนี้เราก็ต้องรอดูมหากาพย์ที่นายนายไทกร ออกมาประกาศให้เตรียมพบกับ 30 นายทหาร และกลุ่มนักวิชาการอีกมากมาย ว่าจะยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่กล่าวไว้หรือไม่ แล้วจุดจบของมหากาพย์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรคงจะเป็นเรื่องที่ทำให้ชวนติดตาม แต่ก็หวังไว้อย่างเดียวว่าคงจะไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์อย่างกลุ่มก่อนๆ
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กลุ่มเสนาธิการฯ ประกาศจะยืนยันที่จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฎหมาย และขอร้องว่าต้องทำให้ได้อย่างที่ปากพูด เพราะเท่าที่ผ่านมาก็ประกาศกันอย่างนี้ทุกกลุ่ม แต่ไม่เคยมีกลุ่มใดที่สามารถทำได้เลย เราเข้าใจว่าการออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องทางการเมืองเป็นเรื่องที่ทำได้และกฎหมายระบุรับรองไว้แล้ว แต่มันก็ต้องมีข้อแม้ในตัวข้อกฎหมายนั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าอยู่ภายใต้กฎหมาย ก็ต้องทำให้ได้อย่าหลักลอย ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็สามารถทำตามกระบวนการทางกฎหมายได้เช่นกัน





