"ศรีสุวรรณ" ยื่นผู้ตรวจฯ ชงป.ป.ช.ฟันครม. เหตุไม่แถลงผลงาน 1 ปี พร้อมเสนอยื่นศาลรธน.ตีความม.28พ.ร.บ.ร่วมทุน ขัดรธน.ม.169
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่านายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 วรรคสาม กรณีไม่แถลงผลงานของรัฐบาล ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 75 บัญญัติว่ารัฐบาลต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อรัฐสภาปีละ 1 ครั้ง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลบริหารงานมา 2 ปีเศษแล้ว แต่กลับยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว แม้จะไม่มีกฎหมายที่กำหนดบทลงโทษโดยตรง แต่ก็มีตัวบทกฎหมายที่ให้สามารถดำเนินการทางอ้อมได้ เพราะเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และผิดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2551 ข้อ 6ประกอบข้อ8 ข้อ9 ซึ่งอยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินการตรวจสอบและยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการส่งเรื่องให้วุฒิสภาถอดถอน เนื่องจากถือว่าเป็นการกระทำผิดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาและเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า กรณีมาตรา 28 ของพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ 2556 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ซึ่งระบุว่า หากโครงการใดจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน หรือต้องมีการก่อหนี้โดยการกู้ หรือคำประกันโดยกระทรวงการคลังเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบหลักการของโครงการแล้วให้เสนอโครงการนั้นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ โดยให้ถือว่าการอนุมัติของครม. เป็นการอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ว่าเข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อรัฐรรมนูญ มาตรา 169 ที่กำหนดว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินจะต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ซึ่งต้องมีการขออนุมัติต่อรัฐสภาหรือไม่
โดยทางสมาคมฯ เห็นว่า มาตรา 28 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนดังกล่าวรัฐบาลตราขึ้นโดยมีเจตนาที่จะใช้งบประมาณโดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภา เฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และโครงลงทุนด้านคมนาคม 2 ล้านล้านบาทนั้น เมื่อครม.อนุมัติแล้วโดยปกติจะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา แต่เมื่อมาตรา 28 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนฯ มีผลบังคับใช้คิดว่ารัฐบาลจะตีความว่าทั้ง 2 โครงการเข้าหลักการของพ.ร.บ.ฉบับนี้ แล้วก็ไม่ต้องนำไปขอความเห็นชอบจากรัฐสภา
ด้านนายรักษเกชา กล่าวว่า จะรีบนำเสนอทั้ง 2 ประเด็นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา แม้ก่อนหน้านี้จะมีการยื่นเรื่องของให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกฎหมายฉบับนี้ แต่ขณะนั้นยังเป็นร่างกฎหมาย ประกอบกับมีการร้องกันไปมาของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้การดำเนินการตามคำร้องของผู้ตรวจฯยังไม่แล้วเสร็จ แต่ขณะนี้กฎหมายดังกล่าวเป็นพระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับแล้ว และคำร้องมีความชัดเจน คาดว่าการดำเนินการจะใช้เวลาไม่นาน





