"อลงกรณ์"ระบุถึงเวลาเหมาะที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลั่นพรรคการเมืองใหญ่จำเป็นต้องมีร่างกฎหมายของตัวเอง
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ตนจะเสนอนั้นมีทั้งหมด 8 มาตรา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 วันนี้ โดยจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมส.ส.พรรคในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เพื่อให้พรรคพิจารณา โดยร่างดังกล่าวยึดสาระสำคัญของ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนเป็นหลัก แต่จะมีการปรับปรุง 2-3 ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ความเห็น เช่น กรอบเวลา และความผิดประเภทอื่นที่จะต้องไม่เข้ามาอยู่ในรอบของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคจะเห็นชอบหรือไม่
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคมีความชัดเจนมาแต่ต้นว่าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้ประชาชน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการชุมนุมและแสดงออกทางการเมือง ซึ่งก็เป็นจุดยืนที่พรรคยืนยันมาโดยตลอด เพียงแต่ยังไม่มีการริเริ่มให้มีพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของพรรค แต่เมื่อมีร่างกฎหมายฉบับประชาชนเสนอมาก็สะท้อนให้เห็นว่า ร่างกฎหมายต่างๆที่บรรจุในวาระสภาไม่สามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชนได้
"ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมายาวนาน หากมีการริเริ่มปรองดองด้วยการนิรโทษกรรม ประชาชนทุกสีทุกกลุ่ม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ทำตามกฎหมาย โดยไม่ควรแก่เหตุ ก็สมควรได้รับการยกโทษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ควรจะมีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยต้องเสนอตัวร่างอย่างถูกต้องและชัดเจนว่า มุ่งไปที่การนิรโทษกรรมประชาชน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ให้ความเห็นสอดคล้อง และมีข้อสังเกตบางประการ ดังนั้นในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองใหญ่ และมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องมีตัวร่างกฎหมาย ที่เป็นแนวทางของความชัดเจน ในหลักนิติรัฐนิติธรรม แต่หากที่ประชุมพรรคไม่เห็นด้วยร่างก็จะตกไป"นายอลงกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์เคยย้ำชัดเจนว่าจะไม่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประกบ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เป็นความเห็นของนายอภิสิทธิ์แต่ ส.ส.มีสิทธิ์เสนอเข้าที่ประชุมพรรค ซึ่งตนคิดว่าเราต้องมองภาพการเมืองในวันนี้ จะคิดเล็กคิดน้อย เล่นแง่เล่นมุมทางการเมืองไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องหาทางออกให้กับประเทศ โดยต้องดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่วิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็น เพราะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ เคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน จึงถึงเวลาที่บทบาทหน้าที่ของพรรคต้องเปลี่ยนแปลง ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในส่วนของพรรคเหมือนกัน และไม่จำเป็นที่เราต้องไปทำตามหรือฟังคนอื่น แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศ จำเป็นต้องเสนอจะได้มีแนวทางชัดเจน โดยสังคมสามารถจับต้องได้ ภายใต้กรอบนิติรัฐนิติธรรม
"ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ จะเป็นก้าวแรกของการสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ความเห็นของหัวหน้าพรรคก็เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ และลักษณะการบัญญัติกฎหมาย ส่วน 2-3 ประเด็นที่ต้องมีการหารือเพิ่มเติม ผมก็ได้บรรจุไว้ในร่างกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ร่างกฎหมายนี้จะได้รับความเห็นชอบ ก็ต่อเมื่อมุ่งไปที่การนิรโทษกรรมให้ประชาชนเท่านั้น ต้องไม่มีการพ่วงความผิดอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นทุจริต หมิ่นสถาบัน ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความไม่ไว้วางใจในร่างที่ ส.ส.รัฐบาลเสนอเข้ามา และเดินไปไม่ได้ หากเดินต่อจะสร้างวิกฤติทางการเมือง ซึ่งผมยืนยันว่าประชาชนเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ ในการยกโทษ ไม่รวมถึงผู้สั่งการ แกนนำ หรือผู้ตั้งใจกระทำผิดที่มุ่งประสงค์ต่อชีวิต หรือทรัพย์สินผู้อื่น ซึ่งหากชัดเจนอย่างนี่ผมคิดว่า ไม่มีเหตุผลใดที่จะเกิดความเคลือบแคลง" นายอลงกรณ์ กล่าว





