เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ลงพื้นที่อ.น้ำเกลี้ยงอีกรอบ สอบพ่อของสาวคนรักที่อ้างว่าคนที่มาสร้างไม่ใช่สมีคำ แต่เป็นน้องชาย
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และคณะ ได้เดินทางลงมาขอพบกับ นายถวิล จันพะวา ที่เดิมเคยให้ข้อมูลว่า อดีตพระวิรพล หรือ หลวงปู่เณรคำ ที่มารักกับลูกสาวตนเป็นอย่างมาก จนยอมที่จะสร้างบ้านราคามูลค่ากว่า 2 ล้านบาทให้เป็นอดีตพระเณรคำ จริงๆ แต่เมื่อได้พบกับนายสุขุม กลับให้การเปลี่ยนแปลงไป ว่า แท้จริงผู้ที่มารักกับลูกสาวตน ตนเข้าใจผิดอันที่จริงเป็นน้องชายอดีตพระเณรคำ สร้างความไม่มั่นใจแก่คณะดีเอสไอ ที่ทำการสอบสวน ดำเนินคดี จึงได้เดินทางมาพบ เพื่อขอสวบถามข้อมูลที่แท้จริง เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการดำเนินการตามกฎหมายต่อดีตพระเณรคำ โดยเฉพาะขณะนี้คณะสงฆ์ศรีสะเกษ ได้มีมติให้พระเณรคำ ต้องอาบัติปาราชิกไปแล้ว และเข้าทำการยึดวัดป่าขันติธรรม ขับไล่อดีตพระลูกวัดที่ซื่อสัตย์ต่ออดีตพระเณรคำ ออกไปจากวัดหมดแล้ว อาจะเป็นไปได้ว่าที่ผ่านมาสาเหตุที่กลับคำเพราะอาจจะมีใคร หรือองค์กร กลุ่มบุคคลเข้ามาทำการข่อขู่ เพื่อให้เปลี่ยนคำให้การใหม่ได้
การเดินทางมาในครั้งนี้ไม่ได้แจ้งให้สื่อมวลชนได้ทราบมาก่อนล่วงหน้า แต่เมื่อสื่มวลชนให้ความสนใจติดตามมาจากจังหวัดอุบล และศรีสะเกษ ก็จึงได้ให้ไปด้วย แต่ไม่ยอมที่จะให้เข้าไปรับฟังการพูดคุย สอบถามนายถวิล จันพะวา อดีตพ่อตาเณรคำ โดยการพูดคุยได้เข้าไปคุยในบ้านที่เคยอ้างว่า หลวงปู่เณรคำ มาสร้างให้ลูกสาวตนเพราะความรักที่มีต่อกัน โดยวางแผนการก่อสร้างไว้ 2 ล้านบาท แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ก็มาเกิดเรื่องราวเป็นข่าวใหญ่โตเสียก่อน ทุนทรัพย์จึงขาดหายไปเฉยๆ ขณะที่การพูดระหว่างหน่วยงานดีเอสไอ และนายถวิล นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงได้เดินทางออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว และยอมที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาในวันนี้เป็นการมาขอข้อมูลเพิ่มเติมกรณีอดีตพระเณรคำ โดยเชื่อว่าอาจจะมีหลักฐาน ที่ความเกี่ยวโยงกันระหว่างเณรคำ กับบ้านหลังนี้ จึงได้มาขอข้อมูลจากนายถวิล ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือโดยดี แม้วันนี้เราจะไม่มีหมายค้นมา แต่นายถวิล ก็ได้ยอมที่จะเราเข้าไปในบ้านที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ซึ่งเราเชื่อว่าน่าที่จะได้มาจากเงินบริจาคที่ญาติโยมร่วมกันบริจาคเพื่อมาสร้างวัด มาสร้างพระแก้ว ผ่านมืออดีตพระเณรคำ ซึ่งตอนแรกก็รับว่าลูกสาวตนเป็นภรรยาของพระเณรคำ แต่พอผ่านไปเพียง 2 วันก็มากลับคำว่าไม่ใช่ เป็นน้องชาย แต่พี่ชายก็นำเงินมาสร้างให้ภรรยาน้องชาย ซึ่งเบื้องต้นจะสร้างให้ภรรยาน้องชาย หรือภรรยาตนเอง แต่ที่มาของเงินน่าที่จะมาจากเงินที่ญาติโยมร่วมกันบริจาคสร้างวัด สร้างพระ ไม่ใช้สร้างบ้านให้สาวๆ ส่วนการที่จะเข้ามายึดทรัพย์บ้านหลังนี้หรือไม่ต้องสอบถาม ปปง.เพราะในส่วนการยึดทรัพย์อันนี้เป็นของ ปปง. ซึ่งผลการพูดคุยก็เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอันมาก ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ก็จะได้นำไปรวมกันกับพยานในส่วนอื่นๆ สรุปสำนวนรวมกันที่กรุงเทพมหานครฯ แต่ขณะนี้ยังบอกอะไรไม่ได้
อย่างไรก็ดี นายถวิล จันพะวา ภายหลังได้ทำการพูดคุยกับคณะเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ใบหน้าเครียดมาก และเดินเลี่ยงหลบหนีไปคนละทาง





