ดีเอสไอหวังสหรัฐถอนวีซ่าอดีตหลวงปู่เณรคำ ผลักดันตัวกลับไทย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีนายวิรพล สุขผลหรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาในการรอคอยผลการประสานงานกับหน่วยงานในประเทศสหรัฐฯและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งคาดว่านายวิรพลใช้เป็นแหล่งกบดาน เพื่อให้พิจารณาเพิกถอนวีซ่าหลังกระทรวงการต่างประทศของไทย ถอนหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นายวิรพลถือเป็นบุคคลที่ไม่มีหนังสือเดินทาง ต้องถูกประเทศปลายทางผลักดันออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ แม้มีหมายจับและเพิกถอนพาสปอร์ตแล้วในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินหน้าสอบสวนความผิดทั้ง 8 ข้อหา ที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่สอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก โดยในสัปดาห์หน้าหน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินนายวิรพล ประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) จะนัดประชุมร่วมกับดีเอสไอเพื่อนำเสนอข้อมูลการติดตามที่มาทรัพย์สินที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ทั้งหมด เพื่อหาที่มาของทรัพย์สินจำนวนที่อยู่ในการครอบครองของนายวิรพล
ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า จากข้อมูลการติดตามตัวทราบว่านายวิรพลน่าจะยังกบดานอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ ยังไม่เคลื่อนไหวไปที่อื่น ในส่วนของประเทศไทยดีเอสไอในฐานะที่รับผิดชอบดำเนินคดีอาญาก็จะเดินหน้าการสอบสวนต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีเพื่อติดตามเส้นทางทรัพย์สินนายวิรพล โดยเฉพาะพฤติกรรมการซื้อขายรถยนต์ซึ่งล่าสุดมีผู้แจ้งเบาะแสว่านายวิรพลเคยซื้อรถบัส 1คันบริจาคให้กับสภากาชาด ดีเอสไอจึงต้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีจริงตามที่พยานอ้างหรือไม่ รวมถึงการสอบปากคำพยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อรถของนายวิรพลโดยจะทำการสอบปากคำพยานให้ครอบคลุมที่สุด
ส่วนการสอบเส้นทางทรัพย์สินของหญิงที่ปรากฏว่ามีสัมพันธ์กับนายวิรพลทั้ง 8 รายนั้น ขณะนี้พบมีบ้านหรู 1 หลังราคา 4-5 ล้านบาท ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการตรวจสอบทรัพย์สินหญิงเหล่านี้ค่อนข้างลำบากเพราะส่วนใหญ่นายวิรพลให้ทรัพย์สินเป็นเงินสดทำให้ยากต่อการตรวจสอบ





