วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พศ.เผย'สมีคำ'ขออุทรณ์คำตัดสินได้ใน30วัน

"นพรัตน์"เผย"สมีคำ"ขออุทรณ์คำตัดสินเจ้าคณะปกครองได้ภายใน 30 วัน ด้านสภาทนายไม่รับเรื่อง"ศิษย์เณรคำ"ขอความช่วยดูแลคดี

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยกาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(ผอ.พศ.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต มีมติขับอดีตพระวิรพลออกจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ขณะที่คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต มีมติว่าอดีตพระวิรพลต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจากมีการเสพเมถุนในพื้นที่การปกครองของคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุตนั้น ซึ่งในส่วนของการพิจารณาของคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต หากดูตามระเบียบในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม (พ.ศ.2521) มีการระบุไว้ในหมวด 3 วิธีการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรม มีขั้นตอนในการพิจารณา 3 ขั้นตอน คือ 1.ขั้นต้น 2.ขั้นอุทธรณ์ และ3.ขั้นฎีกา

"โดยการพิจารณาลงโทษดังกล่าวของคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้เสร็จสิ้นการพิจารณาในขั้นต้นแล้ว อย่างไรก็ตามกฎมหาเถรสมาคมดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกตัดสินไปแล้วในการพิจารณาขั้นต้น สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย โดยอดีตพระวิรพลจะต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเอง ทั้งนี้หากไม่มายื่นอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนด คณะผู้พิจารณาซึ่งในที่นี้คือคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต สามารถพิจารณายกอุทธรณ์ได้ และจะถือว่าการวินิจฉัยสิ้นสุด มีผลให้อดีตพระวิรพลขาดจากความเป็นสงฆ์อย่างสมบูรณ์ หากยังมีการแต่งกายแบบพระสงฆ์อีกก็จะมีความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์"ผอ.พศ. กล่าว

ผอ.พศ. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าอดีตพระวิรพลมีการย้ายไปสังกัดวัดในต่างประเทศแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะวัดต่างประเทศไม่ได้ขึ้นตรงกับกฎหมายไทย และพ.ร.บ.คณะสงฆ์ หากไปอยู่วัดใดก็จะยังถือเป็นพระไร้สังกัด และไม่ได้เป็นพระสงฆ์ไทยแล้ว

สภาทนายไม่รับเรื่องศิษย์เณรคำขอช่วยคดี

นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ ได้แถลงผลการพิจารณาการเรื่องขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีที่นายสุขุม วงประสิทธิ ผู้ประสานงานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ได้ยื่นเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ส่งทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายปกครองสงฆ์ ร่วมฟังการสอบข้อเท็จจริงในการสอบสวนกรณีของนายวิรพล สุขผล อดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน กระทำความผิดพระวินัยสงฆ์ และมีความประพฤติไม่เหมาะสมด้วยว่า ที่ผ่านมาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณชนพบว่าผู้ร้องมีทรัพย์สินเพียงพออยู่ในฐานะที่จะทำการจัดหาทนายความเพื่อพิทักษ์สิทธิของตนเองได้ จึงไม่ถือว่าเป็นผู้ยากไร้ และไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 78 สภาทนายความจึงมีคำสั่งไม่รับให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายดังกล่าว