คณะสงฆ์ศรีสะเกษ ประชุมพิจารณาอธิกรณ์กรณี"พระเณรคำ"ก่อนที่จะประกาศให้อาบัติ ปาราชิก เหตุไม่มารายงานตัว เชื่อเสพเมถุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าศรีสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ( ธ ) พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าอาวาสอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้รับมอบหมายให้นัดประชุมสงฆ์ พร้อมทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสงฆ์ ที่ได้รับการแต่งตั้งสอบอธิกรณ์ กรณีพระวิรพล ฉตฺติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ ประธานที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม อำเภอกันทรารมย์ ที่ถูกกล่าวหาในด้านลบต่อพระพุทธศาสนา จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ โดยที่ประชุมประกอบด้วย พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ, พระครูกิตติวรโสภณ เจ้าคณะตำบลดูน รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูพิจิตรปุญญาพิรัต เจ้าคณะอำเภอขุนหาญ, พระครูสารธรรมคุณากร เจ้าคณะตำบลโพนข่า และตนเองพระครูสิริวินัยวัฒน์ ซึ่งทั้งหมดได้ร่วมกันตรวจสอบหลักฐานประกอบก่อนวินิฉัย สอบอธิกรณ์พระวิรพล โดยข้อมูลได้มาจากการลงพื้นที่สอบถามพยานต่างๆ พร้อมกับหลักฐานที่คณะเจ่าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา นำมาถวาย ซึ่งเป็นการประชุมลับภายในพระอุโบสถวัดป่าศรีสำราญ แห่งนี้
พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าอาวาสอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานในที่ประชุม และในฐานะตัวแทนเจ้าคณะจังหวัด กล่าวว่า จากที่เจ้าคณะจังหวัดได้มีคำสั่งแต่งตังให้ตน และคณะสงฆ์อีก 4 รูป ร่วมกันสอบอธิกรณ์พระวิรพล ภายหลังจากที่ตกเป็นข่างดังไปทั่วโลก และนำข้อมูลไปเข้าร่วมประชุมกัน ที่ วัดป่ารังสฤษฏ์ ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ พระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี(ธ) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่าานมา และมีมติร่วมกันในการเปิดโอกาสให้พระวิรพล เดินทางมารายงานตัวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคระสงฆ์ด้วยตนเอง ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่จนบันนี้ก็ไม่พบพระวิรพล เดินทางมาพบแต่อย่างใด ประกอบกับที่ประชุมได้รับข้อมูลทั้งจากดีเอสไอ ที่ทำการสอบสวนพยาน หลักฐานต่าง และยังมีข้อมูลการสอบพยานของสำนักพระพุทธศาสนามาประกอบจนทำให้ที่ประชุมในวันนี้เชื่อได้ว่า พีระวิรพล มีความผิดจริง จึงเสนอให้อาบัติ ปาราชิก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วน พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการอธิกรณ์ได้พิจารณาคำร้องของสีกา ที่ทำการร้องเรียนพระวิรพล พร้อมการแสดงหลักฐาน ทั้งสถานที่ หลักฐานตัวบุคคล ก็คือตน และบุตรที่เกิดจากพระวิรพล โดยได้อ้างเป็นหลักฐานตามวัตถุธรรม ทั้งตัวโจทย์ และจำเลย ทั้งผลการสอบสวนของคณะสอบอธิกรณ์สงฆ์ และสำนักพระพุทธศาสนา และยังมีหลักฐานอีกมากมายจากสำนักงานดีเอสไอ ที่นำมามอบให้เป็นเอกสารสำคัญ
จึงได้นำมาประกอบการประชุมพิจารณาอธิกรณ์ ที่สุดจึงได้ลงมติให้พระวิรพล อาบัติ ปาราชิก ในการขัดพระธรรมวินัย ในข้อเสพเมถุนธรรม ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กำหนดว่า หากมีเหตุอันเชื่อได้ว่า พระภิกษุรูปใด เสพเมถุนธรรม ต้องอาบัติปาราชิกในทันที คำสั่งของคณะสงฆ์ในวันนี้จึงให้หมดจากการเป็นสมณเพสพระตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พร้อมจะได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเสนอให้เจ้าคระจังหวัดลงนามออกเป็นคำสั่งในทันที และขณะนี้เจ้าคณะจังหวัด พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ( ธ ) ได้ลงออกเป็นคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะได้นำเสนอต่อเจ้าคณะจังหวัดอุบลฯ ที่เป็นต้นสังกัด และเสนอรายงานไปยังเจ้าคณะภาค 10 ต่อไป ในส่วนที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม จะได้นำประกาศของเจ้าคณะจังหวัดไปแจ้งให้พระที่ยังพร่ำนักพักอยู่ยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมได้รับทราบ พร้อมกับการสำรวจตรวจสอบใบสุทธิพระทุกรูปที่พักอยู่ ก่อนที่จะได้มีคำสั่งแต่งตั้งประธานที่พักสงฆ์องค์ใหม่ดูแล และเร่งดำเนินการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องต่อไปโดยเร็ว
นายวิรอด พรรณนา ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากนี้จะได้สำเนาคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ที่ลงนามในคำสั่งให้พระวิรพล อาบัติปาราชิก ส่งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อทราบ และหากฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะได้ใช้ข้อมูลก็จะได้ประสานได้โดยง่าย ในส่วนของที่พักสงฆ์ ก็คงจะต้องลงไปดูแลช่วย หากเจ้าของที่ดินเดิม ยังมีความประสงค์ที่จะจัดตั้งที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม หรือ ที่พักสงฆ์ป่าบ้านยาง เป็นวัดเพื่อให้ญาติโยมได้มีที่ปฎิบัติธรรม มีพระสงฆ์เข้ามาจำพรรษาอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยต่อไปก็จะได้ช่วยดูแลรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อเจ้าคณะจังหวัด และต่อสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติในการจัดตั้งวัดต่อไป วันนี้ในส่วนของพระสงฆ์ถือว่าจบสิ้นความ แต่ขณะนี้ก็ยังเหลืออยู่ในด้านกฎหมาย ด้านบ้านเมืองที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาก็จะต้องช่วยรายงานข้อมูลที่ถูกต้องต่อไปจนจบคดีความทุกด้าน และจะได้เร่งฟื้นฟูความรู้สึกของคนศรีสะเกษ ที่บอบช้ำจากข่าวพระฉาวที่โด่งดังไปทั่วโลก จนส่งผลให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ไทย ในจังหวัดศรีสะเกษ ได้เสียหายไปด้วย





