วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุรีรัมย์เตรียมรับ'ยิ่งลักษณ์'ยิ่งใหญ่

หลายหน่วยงานขึ้นป้ายคัตเอาท์ขนาดใหญ่ตามถนนและหมู่บ้านต้อนรับนายกฯ เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนกว่า1,700นาย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะฯที่มีกำหนดการจะเดินทางมาตรวจติดตามโครงการยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดในพื้นที่ อ.เมือง นางรอง ลำปลายมาศ และอ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 14 ก.ค.

นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.บุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการจัดสถานที่ทั้ง 4 จุด ที่คาดว่าแต่ละจุดจะมีประชาชนไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยกำหนดการ ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.00 น. จุดแรกจะเดินทางไปที่ศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 80พรรษา ชุมชนบ้านลิ่มทอง พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน 20 ทุนตรวจเยี่ยมโครงการบริหารจัดการน้ำชุมชนบ้านลิ่มทอง ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง ก่อนจะเดินทางไปบ้านโนนศิลา ต.ถลุงเหล็ก อ.เมืองเพื่อเปิดโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรเยี่ยมชมผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล

จากนั้นจะเดินทางไปบ้านหัวสะพานต.บ้านยาง อ.พุทไธสง เพื่อตรวจติดตามผลการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของจังหวัด ด้านการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไหมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ไหม ขบวนการผลิตไหม และพบปะสมาชิกกองทุนพัฒนาสตรี

และจุดสุดท้ายที่ อบต.โคกลาง อ.ลำปลายมาศ รับฟังการบรรยายสรุปโครงการการบริหารจัดการข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ตามจุดยืนทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดด้านการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย

ทั้งนี้ได้มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนจาก จ.บุรีรัมย์และจ.นครราชสรมา สนธิกำลังกับ ตชด. นปพ. สันติบาล และกองปราบไว้รักษาความปลอดภัยตามเส้นทาง สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว และจุดต่างๆที่นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจไว้กว่า 1,700 นาย และได้จัดเจ้าหน้าที่หาข่าวเชิงลึก ของกลุ่มมวลชนต่างๆที่จะออกมาเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวาย ในขณะที่นายกฯเดินทางมาปฏิบัติภารกิจอย่างรัดกุมด้วย

ขณะที่กลุ่มสตรีบ้านหัวสะพานต.บ้านยาง อ.พุทไธสง ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวไหมของจังหวัดและเป็นหนึ่งใน 4 จุดที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมก็ได้จัดเตรียมผ้าไหมเชิงแดง "ลายนพเก้า"ที่มีความหมายถึงความ เจริญก้าวหน้า ซึ่งชาวบ้านได้ถักทอเองมอบเป็นของที่ระลึกให้กับนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้กลุ่มสตรียังจะได้นำเสนอให้นายกฯส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของบ้านหัวสะพาน ที่ได้รับการันตีเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาวติดต่อกันมา 5 ปีซ้อน นำไปวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือส่งออกยังต่างประเทศเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมให้ก้าวสู่สากลในอนาคตด้วย

นางรุจาภา เนียนไธสง ประธานกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน กล่าวว่าบ้านหัวสะพานเป็นหมู่บ้านที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมใหญ่ที่สุดในภาคอีสานและได้เริ่มก่อตั้งกลุ่มทอผ้าไหมมาตั้งแต่ปี 2542 มีสตรีเข้าร่วมเป็นสมาชิก 5 หมู่บ้าน รวมกว่า 500 คนปัจจุบันสตรีที่เป็นสมาชิกมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเฉลี่ยรายละ 20,000 บาทต่อเดือน แต่ที่กลุ่มสตรียังมีความต้องการ คือเทคนิควิธีการย้อมผ้าไหมที่ไม่เป็นอันตรายกับผู้ย้อมและเนื่องในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจและตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ก็อยากให้นายกฯ ผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของบ้านหัวสะพานได้นำไปวางจำหน่ายตามห้าง และส่งออกต่างประเทศซึ่งถือเป็นความใฝ่ฝันของกลุ่มสตรีที่ต้องการให้ผ้าไหมที่ถักทอด้วยฝีมือของตัวเองได้ก้าวสู่สากล